าเจ้าจะทำเช่นไร! ฮ่า ๆ”
ขณะนึกยินดี เหลียงผิงก็หัวเราะลั่นอีกครั้ง
ผู้ที่ยินดีเช่นกันก็คือหอตำราเทียนเต้า เผ่าจระเข้กลืนสวรรค์และเผ่าปีศาจทะเลบูรพา
ขุมกำลังเหล่านี้ล้วนมีความแค้นกับเจียงผิงอัน
หลังเมิ่งจิงทราบข่าว นางก็ไปพบเหลยจั้ง ผู้อาวุโสใหญ่ตระกูลเหลย “ท่านตา เจ้าท่อนไม้อยู่ในอันตราย รีบนำคนไปช่วยที่แดนอุดรกันเถอะ!”
เหลยจั้งมองหลานสาวผู้นี้อย่างแสนจนใจ
“เราช่วยมิได้หรอก ขอเพียงเราขยับ เผ่าจระเข้กลืนสวรรค์จะแห่กันออกมาจากเทือกเขาไร้สิ้นสุด ฆ่าคนในแดนบูรพาเราหมดแน่”
“งั้นให้เจ้าท่อนไม้ยืมศาสตราเซียนสิ” เมิ่งจิงว่า
ดวงตาของเหลยจั้งเบิกกว้าง “เจ้าคิดว่าศาสตราเซียนเป็นผักกาดขาวหรือ จะได้ให้ยืมกันง่าย ๆ หากถูกเผ่ามารชิงไปได้เล่า?”
ศาสตราเซียนเป็นไพ่ตายสูงสุดของตระกูลเหลย หากเสียมันไปความเสียหายจะเกินประเมิน
“ส่งคนไปก็มิได้ ยืมศาสตราเซียนก็มิได้ เช่นนั้นข้าจะไปเอง!”
เมิ่งจิงหันกายกระฟัดกระเฟียดจากไป
เหลยจั้งรีบหยุดนางไว้ “เจ้าบ้าไปแล้ว! เผ่ามารกับเขตแดนมารมืดทมิฬร่วมมือ ไร้ผู้ใดทราบเหตุการณ์ต่อจากนี้ หากไปยังแดนอุดรตอนนี้ไม่ต่างจากไปหาที่ตายเลยนะ!”
เมิ่งจิงมีร่างเซียนอัสนี เป็นอนาคตของตระกูลเหลย ต้องไม่เกิดอุบัติเหตุใดกับนาง
“หากต้องตาย ข้าก็ขอตายกับเจ้าท่อนไม้!”
เมิ่งจิงหากลัวอันตรายไม่ นางกังวลก็เพียงความปลอดภัยของเจียงผิงอัน
“เจ้า…”
เหลยจั้งโมโหจนเครางุ้ม “ข้าให้ผู้อาวุโสขอบเขตพ้นพ