ิบัติท่านหนึ่งไปก็ได้ แต่เจ้าอย่าไป การฝึกฝนของเจ้าช่วยอะไรมากไม่ได้หรอก”
“ไม่ได้ ข้าจะไปเอง!” เมิ่งจิงพูดอย่างมาดมั่น
“เช่นนั้นก็ส่งผู้อาวุโสขอบเขตพ้นพิบัติไปสองท่านดีหรือไม่? เราส่งคนไปเยอะ ๆ มิได้จริง ๆ เพราะยังต้องคุ้มกันแดนบูรพาอยู่นะ”
เหลยจั้งรู้ว่าเมิ่งจิงจงใจทำเช่นนี้เพื่อให้เขาส่งคนไปเพิ่ม
“งั้นพวกเขาทั้งสองก็ต้องนำยอดศาสตราไปด้วย ภารกิจสำคัญที่สุดคือปกป้องเจ้าท่อนไม้” เมิ่งจิงเสนอเงื่อนไขอีกครั้ง
“ได้ ตามเจ้าว่าเลย” เหลยจั้งถอนใจอย่างอับจน
“เช่นนั้นก็รีบให้ผู้อาวุโสไปแดนอุดรเถิด อย่าให้เกิดอะไรขึ้นกับเจ้าท่อนไม้เด็ดขาดเชียว!” เมิ่งจิงผลักเหลยจั้งออกไป
เมิ่งจิงรู้ว่าตนมิอาจเปลี่ยนอะไรได้ จึงมีแต่ใช้วิธีนี้บีบให้ตระกูลเหลยส่งยอดฝีมือไปช่วยเหลือ หวังว่าจะช่วยลดอันตรายในแดนอุดรให้เจียงผิงอันอยู่รอดปลอดภัย
เมืองหลวงต้าเซี่ย
เซี่ยชิงในอาภรณ์วิหคอมตะตัดสินใจเด็ดขาด หยิบยันต์สื่อสารขึ้นมาติดต่อเทวนิกายจันทรา
“ข้าจะเข้าร่วมกับเทวนิกายจันทราก็ได้ แต่พวกเจ้าต้องช่วยข้าส่งยอดฝีมือท่านหนึ่งไปช่วยเหลือนิกายเทวมารก่อน”
เซี่ยหยวนเฮ่า จักรพรรดิแห่งต้าเซี่ยถามบุตรีด้วยสีหน้าซับซ้อน“เจ้าจะมิเป็นจักรพรรดินีแล้วหรือ?”
การเป็นจักรพรรดินีคือความฝันของบุตรีผู้นี้นับแต่ยังเด็ก แต่หากนางเข้าร่วมเทวนิกายจันทรา กลายเป็นสมาชิกขุมกำลังอื่น นางจะมิได้โอกาสนี้อีก
เซี่ยชิงไหวไหล่ “ไม่เป็นไร”
“หากมันไม่เป