ง ฉันจะตรวจให้” เฝ่ยไป๋ลู่เม้มปาก
แม้ว่าเธอจะไม่ต้องการจัดการสถานการณ์นี้ แต่เธอจำต้องเข้าช่วยเหลือ
เฮ่อเหลียนเจี๋ยจ้องมองเธอ “ยันต์ที่เธอขายน่ะ คุณภาพต่ำ แล้วยังไม่มีบริการหลังการขายอีก ตอนนี้ยังบังอาจจะตรวจอาการของคุณชายสามเวินด้วยทักษะแมวสามขา*[1]ของเธอได้ยังไง ถึงเธอจะหลอกคนอื่นได้ แต่หลอกฉันไม่ได้หรอกนะ!”
เครื่องหมายหงุดหงิดโผล่ขึ้นมาบนหัวของเฝ่ยไป๋ลู่!!
เธอหายใจเข้าลึก ๆ “ถ้าอย่างนั้นนายก็ไปตามหมอมา หยุดแหกปากโวยวายเสียที!”
พูดจบ หญิงสาวก็ไม่สนใจเฮ่อเหลียนเจี๋ยอีก เธออุ้มเวินสือเหนียนขึ้นไปยังห้องนอนบนชั้นสอง
มือที่ยื่นออกไปหมายจะช่วยของคุณพ่อเวินชักกลับมาช้า ๆ
อาจารย์เฝ่ยแข็งแรงมาก เธอไม่ต้องการความช่วยเหลือจากเขาเลย
เฮ่อเหลียนเจี๋ยชี้ไปที่เฝ่ยไป๋ลู่อย่างโกรธจัด “เธอหมายความว่ายังไงฮะ โวยวายอะไรกัน ฉันพูดความจริงต่างหาก!”
“คุณเลขาเฮ่อเหลียน คุณควรติดต่อแพทย์ประจำตัวคุณชายสามเวินโดยเร็วที่สุดนะ” คุณพ่อเวินเบาใจแล้ว แต่ในเวลานี้เขายังคงสนใจเรื่องนี้อยู่
เขาพูดอย่างสุภาพ “อย่าทำให้อาจารย์เฝ่ยขุ่นเคืองด้วยการพูดคุณอีกเลย”
เดิมทีความเข้าใจผิดระหว่างอาจารย์เฝ่ยกับคุณชายสามเวินเป็นเรื่องเล็กน้อย แค่อธิบายให้ชัดเจนก็พอแล้ว
แต่เลขาคนนี้กลับปากพล่อยจนทำให้อาจารย์เฝ่ยขุ่นเคืองครั้งแล้วครั้งเล่า อาจารย์เฝ่ยจึงเข้าใจคุณชายสามเวินผิดกว่าเดิมแล้วนั่น
เวินอวี้เหนื่อยใจ ถ้าไม่รนหาที่ก็คงไม่ต