สำนึกผิดตะโกนเรียกเจียงผิงอัน
หนึ่งปีผ่านไปดุจน ้าไหลผ่านปลายนิ้ว เคลื่อนผ่านอย่างนุ่มนวลสัมผัสได้ แต่มิอาจกักเก็บไว้เช่นนั้น
เจียงผิงอันมิได้ขยับตัว ยังคงนั่งนิ่งกับที่อย่างลืมตัวตน
ผนังผาแห่งนี้เป็นขุมสมบัติขนาดมโหฬาร ต่อให้นั่งที่นี่เป็นร้อยๆ ปีก็มิอาจถลุงหมด
เจียงผิงอันอิดออดจะจรจาก เขามีเบาะแสหมัดทำลายล้างกระบวนท่าที่สองแล้ว ไม่นานก็จะสร้างได้
เมื่อเห็นเจียงผิงอันไม่ขยับ เหล่าผู้มาใหม่ซึ่งถูกขังที่นี่ต่างงุนงงยิ่ง
“ไฉนเขาจึงไม่ไปล่ะ?”
“หรือเขาจะซื่อบื้อจริง ๆ คนปกติที่ไหนก็ไม่อยากอยู่ที่นี่สักเสี้ยวลมหายใจหรอก”
“ต่อให้ไม่โง่ สมองก็ต้องมีอะไรผิดปกติแน่แท้”
พวกเขาคิดไปว่าคนธรรมดาที่ไหนจะอยากอยู่ที่นี่
ศิษย์ผู้ดูแลผาสำนึกผิดเผยสีหน้าเหยียดหยามยามได้ยินบุคคลรอบข้างล้อเลียนเจียงผิงอัน
หากเจียงผิงอันซื่อบื้อ พวกเจ้าก็เป็นหมูกันหมดแหละ!
แม้เขาจะไม่รู้ว่าทำไมเจียงผิงอันจึงอยู่ต่อ แต่คนผู้นี้ต้องมีเหตุผลที่มิอาจประจักษ์ชัดอยู่เป็นแน่
ในเมื่อเจียงผิงอันไม่ไป ศิษย์ผู้ดูแลผาสำนึกผิดก็ไม่ไล่เขา
วันคืนต่อจากนั้น เจียงผิงอันผ่านสายตาคนกลุ่มแล้วกลุ่มเล่าเฉียนฮวั่นโหรวและเยี่ยอู๋ฉิงก็มาตามเขาออกไปเช่นกัน
เจียงผิงอันฟังพวกเขาแนะนำสถานที่ฝึกฝนบางแห่ง แต่มิได้สนใจ
สถานที่ฝึกฝนเหล่านั้นก็แค่มีทรัพยากรมากกว่า ทำความเข้าใจได้เร็วกว่า หาได้มีสิ่งใดพิเศษ
สถานที่ฝึกฝนเหล่านั้นสู้ผาสำนึกผิดตรงหน้าเขาไม่