ได้เลย
ที่นี่ เขาสามารถประจักษ์ฤทธาสูงสุดของยอดฝีมือในอดีต สู้กับสุดยอดฝีมือเหล่านี้ ทำความเข้าใจวรยุทธ์และเต๋าของพวกเขาได้
เจียงผิงอันฝึกฝนที่นี่ต่อไป ยามคิดถึงเมี่ยวอีผู้เป็นบุตรี เขาก็จะใช้อ่างสัมฤทธิผลเคลื่อนย้ายหนึ่งอวตารสู่ภพแร้นแค้น ขณะที่ตัวเขาอุทิศตนศึกษาอย่างตั้งอกตั้งใจที่นี่
การฝึกฝนไร้ทางลัด ต่อให้มีพรสวรรค์ล้นฟ้าก็ยังต้องศึกษา
ที่ทางเข้าศาลาเติงเซียน เซินถูอี้ หร่านหงเฉินและคณะเดินขึ้นมา
“ที่แท้ด่านที่สามก็ง่ายนัก ขอเพียงแก้ปัญหาได้ก็ผ่าน ไฉนก่อนหน้านี้ข้าคิดไม่ออกหนอ”
“โชคยังดีที่สหายเต๋าโหยวชาญฉลาดแก้ปัญหาได้ หาไม่ ก็ไม่รู้เราต้องติดที่ด่านสามนานเพียงไร”
“สหายเต๋าโหยวดีกว่าเจ้าคนเห็นแก่ตัวห้าคนนั่นมากนัก”
เมื่อพูดถึงคนทั้งห้า ศิษย์ศาลาสาขาแคว้นชางหลานหลายคนก็ข่มเขี้ยวเคี้ยวฟันอย่างเดือดดาล
พวกเขาไม่เห็นคนทั้งห้าตลอดมานี้ อีกฝ่ายน่าจะผ่านด่านเข้าฝึกฝนในศาลาเติงเซียนกันแล้ว
เมื่อคิดได้ว่าคนเหล่านั้นฝึกฝนนานกว่าพวกเขาสองสามปี ในใจก็รู้สึกกระสับกระส่าย
“หากข้าเจอพวกเขาในศึกชิงวิชาจำแลงเซียน ข้าไม่มีทางปรานีแน่นอน!”
ผู้ฝึกตนคนหนึ่งพูดเสียงเย็น
“อาจมิใช่การประลองยุทธ์เสียทีเดียวก็ได้นะ” โหยวเชียนชิวกล่าว
“มิประลองวรยุทธ์? แล้วประลองอะไร?”
คนทั้งหลายหันไปมองโหยวเชียนชิวอย่างสงสัย
“ข้าไม่แน่ใจ ประมุขศาลาสิบคนของศาลาหลักต่างมีโจทย์ของตัวเอง สุดท้ายก็จะจับสลากกันเลือกโจทย์สาม