ยของชิวเฟิงก็ใช้ ‘หมัดพิพากษา’ ออกมา อำนาจทรงพลังฟาดฟันสุญตาเยี่ยงอุกกาบาตอันลุกไหม้ พุ่งลงมาหาเจียงผิงอัน
เจียงผิงอันใช้หมัดทำลายล้างเข้ารับการโจมตี
สองหมัดปะทะกันเกิดเป็นแสงสว่างเจิดจ้า กฎเกณฑ์อันกระเพื่อมรวนเป่าเส้นผมคนทั้งสองจนร่ายรำบ้าคลั่ง
พริบตาต่อมา เจียงผิงอันก็ออกหมัดที่สองและสามตามไป
สาม ‘หมัดทำลายล้าง’ ปรากฏติดต่อกัน แต่ละหมัดคลับคล้ายจะเบิกนภาทลายแดนดิน
ภาพฉายของชิวเฟิงเจียนแหลกสลาย แต่เพียงพริบตาก็ประสานกลับสู่ปกติ
เพลิงสามดวงหลากออกมาจากเหนือศีรษะและบ่าทั้งสอง โชติช่วงเรืองรองขับความมืด พุ่งตรงเข้าหาเจียงผิงอัน
ความร้อนอันชวนสะพรึงทำให้อุณหภูมิถีบตัวสูง สุญตาใกล้เคียงบิดเบี้ยว
เจียงผิงอันสัมผัสความน่ากลัวของเพลิงแท้สมาธิได้อย่างชัดเจนและใช้อัสนีหยินก่อโล่ขวางตรงหน้าทันที
ขณะเดียวกัน เขาก็ใช้พลังกลืนกินสูบปราณในฟ้าดินอย่างบ้าคลั่ง ยามเพลิงแท้สมาธิกระทบโล่ ยังไม่ทันทะลวงการป้องกัน ก็ถูกเจียงผิงอันดูดกลืนไปสิ้น
เขาใช้ ‘ผนึกสรวง’ สะกดการเคลื่อนไหว แล้วออกหมัดใส่อีกครั้ง
ทว่า หมัดยังไม่ทันถึงตัว เขาก็ต้องตกใจเมื่ออีกฝ่ายสะบัดหลุดจากผนึก เพลิงแท้สมาธิโหมคลุมร่างกาย ออกหมัดเข้าใส่อีกครั้ง
การต่อสู้อันน่าสะพรึงกลัวปะทุขึ้นใต้ผา ผู้ฝึกตนมากมายเลี่ยงหลบตัวสะท้านตามหลืบมุม
“ข้าเพิ่งเคยเห็นพลังกลืนกินน่ากลัวขนาดนี้เป็นครั้งแรก กลืนได้กระทั่งเพลิงแท้สมาธิ!”
“กฎทำลายล้าง กฎจำนงสัป