สุดยอดฝีมือผู้นี้อย่างเปิดเผย?
อย่างน้อย ๆ ชายคนเมื่อครู่ก็ให้อาวุธวิเศษระดับเขตแดนมาชิ้นหนึ่งกว่าตาเฒ่ผู้นี้จะปล่อยเขาไป เอาอาวุธวิเศษขั้นสี่มาให้ นี่ดูถูกกันหรือไร?
ในคณะของเจียงผิงอันเหลือเพียงหลัวอีเฟยคนเดียว
หลัวอีเฟยเดินขึ้นไปถ่ายทอดวจีบอกทังเซี่ยว่า “แม่ข้าคือหลัวซู่”
ทังเซี่ยลังเลครู่หนึ่งแล้วจึงพยักหน้า “เต๋าของเจ้าไม่เลว ขึ้นไปสิ”
ทายาทเซียนเช่นนี้ ตาเฒ่าผู้นี้มิอาจล่วงเกินได้
หลัวอีเฟยกระเด้งกระโดด ไล่ตามเยี่ยอู๋ฉิงไปอย่างเบิกบาน
เมื่อเห็นทั้งคณะได้ขึ้นไป ผู้ฝึกตนทั้งหลายต่างก็ทั้งตกใจและริษยา
“คนเหล่านี้เป็นอัจฉริยะสาขาใดกัน ขอบเขตมิได้สูงแท้ ๆ แต่น่าอิจฉานัก”
ปกติแล้วในคณะสิบห้าคนของแต่ละสาขาย่อย มีคนได้ขึ้นไปสักคนสองคนก็เลิศแล้ว
แต่คนทั้งห้านี้กลับได้ขึ้นไปถ้วนหน้า มากกว่าคนของสาขาอื่นรวมกันเสียอีก
“พวกเขาต้องตีความคำถามได้แล้วแน่ จึงผ่านมันไปได้ง่าย ๆ แต่บอกมิได้เลยว่าพวกเขาถ่ายทอดกระแสปราณพูดอะไรกัน”
“ยังมีเวลาอีกห้าปีกว่าจะเริ่มชิงโอกาสเรียนวิชาจำแลงเซียน หากติดอยู่ที่นี่ห้าปี ก็จะไม่มีโอกาสแล้ว!”
วิชาจำแลงเซียนนั้น หลัก ๆ แล้วมีเพียงโอกาสเดียว
โอกาสเรียนมีห้าตำแหน่งทุก ๆ สามร้อยปี สามสำหรับผู้ฝึกตนระดับต ่า และสองสำหรับสัตว์ประหลาดเฒ่าทั้งหลาย
หากพลาดโอกาสนี้ไป ก็ต้องรอสามร้อยปี และต้องไม่เคลื่อนขอบเขตในสามร้อยปีนี้เพื่อจะมีโอกาสประชันครั้งถัดไป
ไม่มีผู้ใดรอได้
ศิ