ถาม
ทั้งห้ารวมตัว เก็บโต๊ะเก้าอี้แล้วเดินไปยังประตูบานที่สาม
เมื่อเดินมาถึงประตู ประตูสีดำก็เปิดตัวเองโดยไร้สุ้มเสียงใด ๆ
ทั้งห้าเดินผ่านเข้าไปด้วยใจเคลือบแคลง
มิติเกิดการเปลี่ยนแปลง พวกเขาปรากฏขึ้น ณ ตีนชั้นบันไดอันสูงตระหง่าน
บันไดทอดตัวสูงอย่างยิ่ง ทะยานไกลสู่ฟ้า ที่ยอดสุดเป็นลานขนาดมหึมา
ประตูสองบานตั้งตระหง่านเสียดฟ้า ไร้จุดจบในสายตา ที่ประตูแต่ละบานมีหนึ่งตัวตนคล้ายมังกรขนดอยู่ ดูประหนึ่งประตูเซียน
รัศมีจากกฎเกณฑ์ซึ่งถูกฝังไว้เรืองรอง ปราณวิญญาณรายล้อมหนาแน่น ทุกลมหายใจดูดซับปราณวิญญาณได้มหาศาล
เมื่อยืนที่ตีนบันได ก็ให้ความรู้สึกเล็กจ้อยราวเม็ดทราย อดเกิดความครั่นคร้ามยำเกรงมิได้
มีผู้ฝึกตนนั่งอยู่ในบริเวณรายล้อมมากมาย พวกเขาหลายคนแผ่ปราณกฎเกณฑ์แข็งแกร่ง ไม่ธรรมดาเป็นอย่างยิ่ง
คนเหล่านี้บ้างพูดคุยเสวนา บ้างหลับตาครุ่นคิด ราวกำลังศึกษาบางสิ่ง
ชายชราผู้หนึ่งนั่งขัดสมาธิบนขั้นบันได เส้นผมของเขาหงอกขาว สวมอาภรณ์สีดำ มิอาจพินิจพบการฝึกฝน ใบหน้าเปี่ยมริ้วรอยแห่งกาลเวลา
ผู้ฝึกตนหนุ่มอีกคนยืนพูดตรงหน้าชายชราอย่างนอบน้อม
“ข้าคิดว่าเต๋าก็คือกฎแห่งฟ้าดิน หลักการแห่งสวรรค์และโลกกฎเกณฑ์ที่เราศึกษาก็คือเต๋า เป็นอำนาจสูงสุดที่เราผู้ฝึกตนแสวงหา…”
“ตื้นเกินไป กลับไปคิดใหม่”
ชายชรากล่าวตัดบท “คนต่อไป”
สีหน้าของผู้ฝึกตนหนุ่มเปี่ยมความไม่เต็มใจ “ผู้อาวุโส เต๋าคืออะไร ต่อให้เป็นเซียนมนุษย์ก็อาจตอ