ิตใจดีนะ”
“คุณชายสามได้ริเริ่มจัดงานการกุศลมากมาย เขาตอบสนองต่อเสียงเรียกร้อง สนับสนุนการพัฒนามณฑลและเมืองที่ยากจนในพื้นที่ต่าง ๆ ค่าใช้จ่ายประจำปีในเรื่องนี้เทียบเท่ากับรายได้ตระกูลเวินของเราเป็นเวลาสามปีเชียวล่ะ”
“อ้อ” เฝ่ยไป๋ลู่เคยได้ยินเรื่องการกุศลของตระกูลเวินมาบ้างเช่นกัน
เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายใช้เงินทำความดี ไม่เช่นนั้น เธอคงไม่มาในครั้งนี้
“ถึงแล้ว คุณชายสามเวินอาศัยอยู่ที่นี่แหละครับ” คุณพ่อเวินจอดรถลงหน้าวิลล่าหลังหนึ่ง
เฝ่ยไป๋ลู่อ่านข้อความบนบ้านเลขที่ “วิลล่าระดับกลาง…”
เธอเพิ่งส่งของมายังที่อยู่นี้เมื่อวานเอง
ที่แท้พวกคนมีกะตังเขาก็อาศัยอยู่ในที่แบบนี้เหมือนกันหมดสินะ
รู้สึกเหมือนมีบางอย่างไม่ถูกต้องยังไงไม่รู้สิ
คุณพ่อเวินจัดเสื้อผ้า กระแอมไอนิด ๆ ก่อนจะคลี่ยิ้ม เอื้อมมือเปิดประตูแล้วเดินเข้าไป “คุณชายสาม นี่คืออาจารย์ที่ผมอยากแนะนำให้คุณรู้จัก…”
ผู้ชายที่นั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นเงยหน้าขึ้น เผยใบหน้าหล่อเหลาสู่สายตา
คู่ดวงตาสีเข้มสุดแสนเย็นชา จนผู้พบเห็นต่างพากันเย็นวาบ
เฝ่ยไป๋ลู่กำหมัดแน่น ส่งเสียงประหลาดใจขัดจังหวะพ่อเวิน “คุณนี่เอง!”
เวินสือเหนียนไม่แสดงอาการประหลาดใจใด ๆ “คุณเฝ่ย ในที่สุดเราก็ได้พบกัน”
แม้ว่าชายคนนั้นจะนั่งอยู่บนรถเข็น แต่รัศมีที่แข็งแกร่งของเขา ทำให้เขาดูไม่ได้อ่อนแอเลย
ชายหนุ่มไม่เหมือนคนป่วยใกล้ตายสักนิด
วินาทีนั้น เฝ่ยไป๋ลู่พลันเชื่อมโยงเบาะแสที่ตน