เตรียมตัวเถอะ ป้ายคำสั่งเคหาสน์เซียนนั่น ยามนี้ยังไม่ต้องรับไปหรอก หากรับไปยามนี้ พวกเจ้าจะถูกหมายหัว ไว้สร้างขอบเขตถัดไปได้ ค่อยคิดไปสำรวจเคหาสน์เซียน”
เจียงผิงอันและเฉียนฮวั่นโหรวกุมกำปั้นคารวะก่อนจากจร พวกเขาสัมผัสได้ว่าหลัวซู่จริงใจกับพวกตน
เจียงผิงอันและเฉียนฮวั่นโหรวไม่มีสิ่งใดต้องเตรียมตัว แต้มผลงานของพวกเขาสามารถใช้ได้ในศาลาหลัก
ครึ่งวันถัดมา ค่ายกลเคลื่อนย้ายไปสู่ศาลาหลักก็ถูกเปิด
สิบอัจฉริยะที่ถูกคัดเลือกและห้าอัจฉริยะผู้ได้รับการแนะนำรวมตัวกันหน้าค่ายกล
ในหมู่ผู้ได้รับการแนะนำ ผู้มีขอบเขตต ่าที่สุดคือเยี่ยอู๋ฉิง
“ข้าตามไปก็มีแต่จะเป็นตัวถ่วง มิต้องให้ข้าไปดีกว่านะ”
เยี่ยอู๋ฉิงอยากอยู่ฝึกฝนต่อ แต่หลัวอีเฟยลากเขามาด้วยกัน
หลัวอีเฟยยิ้มเฉยชา “อัจฉริยะตั้งมากมาย พาเจ้าไปด้วยสบายมาก อีกอย่าง ไม่มีใครรู้ว่าบททดสอบเป็นเช่นไร บางทีอาจผ่านง่ายก็ได้นะ?”
หลัวอีเฟยลากเยี่ยอู๋ฉิงหายเข้าไปในค่ายกลเคลื่อนย้ายด้วยกัน
คนทั้งสิบห้าจรจากท่ามกลางสายตาอิจฉาริษยาของศิษย์มากมาย
ผู้ไปยังศาลาหลักได้จะแปรเปลี่ยนไปอย่างมหาศาล ขอเพียงรอดชีวิตกลับมาได้
ทัศนียภาพตรงหน้าอัจฉริยะทั้งสิบห้าแปรเปลี่ยนไป มาปรากฏในพื้นที่สีขาวโพลนอันไม่คุ้นตา
ตรงหน้ามีประตูสีดำซึ่งปกคลุมด้วยอักขระตั้งอยู่บานหนึ่ง
หนึ่งเสียงแว่วมาโดยไม่ทราบทิศทาง
“ปีนี้ เส้นทางเติงเซียนมีสามด่าน หากผ่านได้ ก็จะได้เข้าสู่ศาลาหลัก หาไม่ พวกเจ