อวี่นอบน้อมยิ่งกว่ากาลก่อน
การที่เจ้านิกายใช้ช่องทางนี้ได้ ไม่ว่ากับขุมกำลังใหญ่ที่ใด เขาก็นับเป็นแขกผู้มีเกียรติได้ทั้งสิ้น
การได้เจียงผิงอันมาเป็นเจ้านิกายเทวมารของพวกเขา นี่คือโชคมโหฬารสำหรับพวกเขานิกายเทวมาร
“เรื่องแบบนี้อย่าถาม พูดออกไปก็มิได้ ผู้ใดพูดออกไปเท่ากับทรยศสำนัก เข้าใจหรือไม่?”
ยามเจียงผิงอันพูดถึงตอนท้าย สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็นเย็นเยียบเคร่งขรึมสุดขีด
ร่างของปวงชนสะท้าน ลุกพรวดขึ้นเฉียบพลัน “เข้าใจแล้ว!”
ผู้ที่จะเอาไปเที่ยวพูดจะมีก็เพียงคนโง่ เรื่องดี ๆ เช่นนี้จะให้คนนอกรู้ได้อย่างไร
ผู้อาวุโสทั้งหลายมอบทรัพยากรในคลังสมบัติของนิกายเทวมารให้กับเจียงผิงอัน
ทรัพยากรนี้มีมูลค่าล้านกฎเกณฑ์ ตีราคาได้ประมาณห้าแสนผลึกวิญญาณ
เจียงผิงอันทำกำไรได้มากมาย
เพราะภพแร้นแค้นมีสงคราม อาวุธวิเศษจึงราคาสูงลิบ ขณะที่อาวุธวิเศษในภพบุกเบิกมีราคาแสนถูก
หลังจากเทียวไปเทียวมาเช่นนี้ กระบี่หนึ่งเล่มที่แลกมาด้วยแต้มผลงานขายได้สิบกฎเกณฑ์ หรือก็คือห้าผลึกวิญญาณ
“นิกายเทวมารยังทีทรัพยากรอยู่หรือไม่?”
เจียงผิงอันอารมณ์ดี
อู๋เฟยอวี่ถอนใจส่ายหน้า “ไม่มีแล้ว เนื่องจากศึกยืดเยื้อและการเตรียมทำสงคราม ทรัพยากรจึงขาดแคลนยิ่ง”
“อ้อ งั้นช่างเถอะ ข้ายังมีอาวุธวิเศษระดับสูงอื่น ๆ อีก แต่เดี๋ยวเอาไปคืนสหายก็ได้”
เจียงผิงอันเตรียมตัวจรจาก
“เจ้านิกาย! รอเดี๋ยว! อาวุธวิเศษระดับสูงอะไร?”
อู๋เฟยอวี่ตะครุบแขนเจี