คนจากฝ่ายรักษาระเบียบจงใจล้อเลียนเจียงผิงอัน ก็เพื่อยั่วโมโหให้เขาลงมือ
เจียงผิงอันลงมือนอกสนามประลองยามใด ก็จะเท่ากับละเมิดกฎศาลาเติงเซียน พวกเขาก็จะสามารถลงมือจับตัวได้
“อะไร? มิกล้าลงมือหรือ ดีแต่ปากหรือไร?”
ชางจวงยิ้มเย้ย
เจียงผิงอันชำเลืองเจ้าพวกคนที่กำลังหัวเราะอย่างบ้าคลั่งอย่างเย็นชา
“ข้าจะสงเคราะห์ให้พวกเจ้าเอง”
ด้ายไหมหลากสีเส้นหนึ่งพลันปรากฏ ทะลวงร่างทุกบุคคลยกเว้นชางจวง
เสียงหัวเราะของพวกเขาหยุดลงกะทันหันพร้อมด้วยชีวิตที่ลับหาย
ดวงตาของชางจวงเบิกกว้าง สีหน้าตกตะลึง เจ้านี่กล้าลงมือจริงๆ!
หลังจากความตกใจผ่านพ้น ชางจวงก็สุดตื่นเต้น เจ้าโง่เจียงผิงอันกล้าลงมือจริง นี่มิใช่รนหาที่ตายหรือ?
เช่นนี้ เขาก็ลงมือได้แล้ว
ขณะที่ชางจวงกำลังจะอ้าปาก เจียงผิงอันพลันผละถอยไปชนโถงเบื้องหลังเขา กระอักเลือดพลางแผดเสียงสุดลำคอ
“ทำไมพวกเจ้าฝ่ายรักษาระเบียบจึงลงมือกับข้า!”
เสียงนั้นได้รับการเสริมฤทธิ์จากปราณ ขจรขจายหลายสิบลี้
ไม่นานนัก ผู้ฝึกตนใกล้เคียงที่ได้ยินล้วนเหินมาสำรวจเหตุการณ์ที่นี่
สีหน้าของชางจวงนิ่งค้าง เขาไม่ได้ทำอะไรเลย!
ชางจวงเดาจุดประสงค์ของเจียงผิงอันได้ทันที “เหลวไหล เจ้าลงมือก่อนชัด ๆ ข้ามีศิลาบันทึกเงาอยู่!”
ชางจวงคิดหยิบศิลาบันทึกเงาที่เอวออกมา แต่ก็พบว่าศิลาบันทึกเงาถูกทำลายไปยามใดมิอาจทราบ!
หลักฐานหนึ่งเดียวมลายสิ้น
เจียงผิงอันทรุดลงกุมอกกับพื้น โลหิตหลั่งจากมุมปาก สีห