รู้ว่า เหตุที่ลูกพี่สิ้นความเยือกเย็นก็เพราะจะล้างแค้นให้เขา
เยี่ยอู๋ฉิงกำหมัด สีหน้าเปี่ยมความกังวล เห็นผู้ฝึกตนมากมายแห่เข้ารุมล้อมอีกฝ่าย
หลัวอีเฟยในสมรภูมิก็เห็นภาพนี้เช่นนี้เช่นกัน อารมณ์ของนางดิ่งร่วงถึงก้นเหว ศัตรูแห่กันมามากเพียงนี้ เขาคงต้องถูกกำจัดแน่แท้
นางหันไปตะโกนบอกเจียงผิงอัน “พอแล้ว รีบหนีไปซะ!”
แน่นอน เจียงผิงอันก็สัมผัสถึงการมาของยอดฝีมือจำนวนมากได้ และกล่าวกับผู้ฝึกตนตรงหน้าซึ่งกลายเป็นกองเลือดเนื้อเละเทะไปแล้ว
“อย่าให้ข้าเจอเจ้าในความเป็นจริงแล้วกัน”
พูดจบ เจียงผิงอันก็ออกหมัดใส่หน้าอีกฝ่ายจนศีรษะหลุดจากบ่า
“แค่ก ๆ”
เจียงผิงอันกระอักไอ ค่อย ๆ ลุกขึ้นช้า ๆ
ออกกำลังกายหนักไปนิด ปราณในกายอลหม่านหนักข้อ
เจียงผิงอันเช็ดโลหิตจากหน้า มองเหล่าผู้ฝึกตนซึ่งแห่มาจากทั่วทิศ แววตาหามีการสั่นไหวใด
ที่ด้านนอก ในโถงหลักของศาลาเติงเซียน หลัวซู่ซึ่งกำลังมองศึกสังเกตเห็นว่าผู้ฝึกตนฝ่ายรักษาระเบียบแห่ไปรวมตัวกันทางฝั่งบุตรีตนก็พลันลุกขึ้น ถามฮั่วไห่โจวอย่างเดือดดาล
“ผู้อาวุโสฮั่ว พวกเจ้าฝ่ายรักษาระเบียบทำเช่นนี้หมายความเช่นไร? นี่คือการละเมิดกฎห้ามร่วมมือกันอย่างชัดเจนเลยนะ!”
“ละเมิดกฎหรือ? กฎห้ามมิให้บุคคลห้าคนขึ้นไปรุมล้อมคนเพียงหนึ่ง นี่มิได้เกินสักหน่อยใช่ไหม? พวกที่เป็นเพียงอดีตก็อยู่แต่ในอดีตไปเสียเถอะ”
ฮั่วไห่โจวเอนพิงพนักเก้าอี้ ท่าทีเป็นธรรมชาติ หาสนใจคำถามสักนิดไม่ กระทั