่งหยอกเย้าเสสรวลเล็กน้อย
หลัวซู่หงุดหงิดใจนัก ว่าด้วยกฎระเบียบแล้ว ต้องมีคนเกินห้าจึงละเมิดกฎจริงแท้ แต่อีกฝ่ายเห็นได้ชัดว่ามีเจตนารุมโจมตี
หากผู้ฝึกตนคนหนึ่งแพ้พ่าย อีกหนึ่งคนก็จะเข้ามาทดแทน สู้วนเวียนเช่นนี้ต่อไป
ในศึกศาลาเซียนครั้งก่อน ๆ ฝ่ายรักษาระเบียบยังกระทำเช่นนี้อย่างหลบซ่อนยิ่ง แต่ครั้งนี้หามีการปกปิดใด ๆ ไม่
ผู้ฝึกตนมากมายรุมล้อมบุตรีนางหลัวอีเฟย และหลัวอีเฟยหามีโอกาสชนะสักนิดไม่ ทั้งยังยากจะฝ่าออกไปด้วย
หลัวซู่รู้ว่าขอเพียงยั่วโมโหนางได้ ฮั่วไห่โจวยอมให้ศิษย์ตัวเองได้แต้มผลงานน้อยลง
บนสมรภูมิ หลัวอีเฟยมองเหล่าศิษย์ฝ่ายรักษาระเบียบมากมายที่พากันปรากฏตัว แรงกดดันในใจก็ยิ่งเพิ่มพูน
“เจียงผิงอัน ข้าจะคุ้มกันให้เจ้า เจ้าถอยไปก่อนเถอะ!”
รากฐานของเจียงผิงอันเสียหาย ใครบางคนพุ่งเข้าใส่เขาแล้ว
เจียงผิงอันดูไม่เหมือนคนจะหนีสักนิด เขามองผู้ฝึกตนจากฝ่ายรักษาระเบียบพุ่งเข้าใส่
หลัวอีเฟยตะโกนอย่างร้อนใจ “เจ้าทำอะไรอยู่! ไม่ได้ยินหรือ?หนีไปเร็วเข้า!”
เจ้านี่กลัวจนทื่อไปแล้วหรือ?
ไฉนยังไม่รีบหนีอีก?
ความคิดของหลัวอีเฟยถูกปัดตกไปทันที เพราะนางเห็นว่าเจียงผิงอันซึ่งยืนท่ามกลางกองเลือดเป็นฝ่ายเดินเข้าหาศัตรูเอง
หลัวอีเฟยอ้าปากหวอ นั่นไม่บื้อแล้ว บ้าต่างหาก
“ที่นี่มีพวกเขาเยอะเกินไป เจ้าเอาชนะไม่ไหวหรอก!”
มิต้องพูดถึงว่ายามนี้เขาบาดเจ็บ ต่อให้สมบูรณ์ดี ต่อหน้าคนมากมายเพียงนี้ โอกาสเอาชนะก็