ามสูสีอีกครั้งหมัดปะทะกันรัวเร็วสุดขั้ว เกิดเสียงเลื่อนลั่นทั่วทั้งคุกชั้นสามจนปวงชนตะลึง
“ปราณวิญญาณมิใช่ถูกผนึกไว้หรือ ไฉนจึงยังใช้เกราะได้?”
“นั่นมิใช่เกราะปราณวิญญาณ แต่เป็นพลังจากพรสวรรค์บางอย่าง”
“นี่มันพลังอะไรกัน ข้าเพิ่งเคยเห็นครั้งแรก ให้ความรู้สึกกดดันพิกลด้วย”
ขณะมองเงาซึ่งเคลือบบนตัวเจียงผิงอัน ปวงชนทั้งหลายก็รู้สึกกดดันอย่างประหลาด
สองฝ่ายปะทะดุเดือด ปวงชนรีบล่าถอยมิให้ถูกลูกหลง
“พวกเจ้าสองคนอยู่กันเงียบ ๆ ได้หรือไม่ หนวกหูมากเลย”
หนึ่งเสียงเย็นเยียบเฉยชาดังออกมาจากหนึ่งห้องขัง
สิ่งที่ตามมาคือจิตสังหารชวนขนลุก ทุกร่างนิ่งเกร็ง เกิดสีหน้าหวาดผวาขึ้นตามกัน
สีหน้าของเจียงผิงอันนิ่งค้าง สัมผัสได้ถึงวิกฤติชวนขนลุก รีบถอยออกห่างจากเฉิงฮั่นแล้วมองตามเสียงไป
ณ ห้องขังที่นั่นมีคนผู้หนึ่งนั่งอยู่ แผ่จิตสังหารรุนแรง ทั่วกายแดงเลือด มิอาจเห็นใบหน้าและรูปลักษณ์ชัดเจน ปราณจากคนผู้นี้น่าสะพรึงกลัวยิ่ง
ครั้งสุดท้ายที่เจียงผิงอันเกิดความรู้สึกขนลุกเช่นนี้ก็คือยามเผชิญหน้าบรรพชนจระเข้เป็นครั้งแรก คนผู้นี้แข็งแกร่งสุดขั้ว
เฉิงฮั่นผ่อนพลังในตัวลง ชำเลืองไปทางห้องขังนั้นอย่างหวาดกลัว
“ไม่สู้แล้ว เจ้านั่นเข้าสู่การแสวงเต๋าด้วยการฆ่า ทั่วทั้งศาลาเติงเซียนมีคู่มือร่วมขอบเขตน้อยคนยิ่ง หากผู้ใดกล้าโจมตีให้เขาโมโหตายแน่ ๆ”
คนผู้นี้คือผู้แข็งแกร่งที่สุดในคุกชั้นสาม สมัครใจมาฝึกฝนที่นี่เอง
สายตาข