ากลัวเพียงนั้น สิ่งมีชีวิตที่นั่นอยู่รอดกันได้อย่างไร? ตัวตนทั่วไปมิน่ารับแรงกดดันระดับนั้นได้กระมัง?”
“นั่นก็คืออีกเรื่องหนึ่งที่ข้ากำลังจะพูด ยามนี้เจ้าเตรียมใจให้ดีอย่าให้ถูกกระทบกระเทือนเข้าละ”
จิตศาสตรากล่าวอย่างเคร่งขรึม “เต๋าสวรรค์ที่นั่นมิได้แตกสลายเพราะทรัพยากรมากมายและกฎเกณฑ์สมบูรณ์ ขอเพียงเกิดชีวิตขึ้นที่นั่น พวกเขาก็จะเหมือนเผ่ามังกร เผ่าพันธุ์สูงสุดของฝั่งเจ้าที่บรรลุกฎฟ้าดินได้แต่เกิด”
“เด็กน้อยธรรมดาที่นั่น หากเอามาใส่ในภพของเจ้า จะเหมือนสายเลือดเผ่ามังกร อยู่ในระดับเดียวกับขอบเขตวิญญาณแรกกำเนิดมาแต่แรก”
“หากเทียบพลังต่อสู้ของเจ้ากับที่นั่น คือระดับกลาง”
“ที่นั่นไม่มีการจำกัดขอบเขตของมหาจักรพรรดิ ขอบเขตที่แข็งแกร่งที่สุดก็หาใช่พ้นพิบัติไม่”
แม้เจียงผิงอันจะเตรียมใจไว้แล้ว ยามเขาได้ยินเรื่องเช่นนี้ สีหน้าของเขาก็ยังเปลี่ยนแปรอย่างไม่รู้ตัว
ผู้ฝึกตนเผ่ามนุษย์ส่วนใหญ่ในภพแร้นแค้นของพวกเขาทุ่มเทฝึกฝนชั่วชีวิต ก็มิอาจแตะถึงขอบเขตวิญญาณแรกกำเนิดได้
แต่สิ่งมีชีวิตที่นั่นกลับอยู่ในระดับนี้ตั้งแต่เกิด
นี่เทียบเท่ากับปุถุชนคนหนึ่งทำไร่นาอย่างบากบั่นชั่วชีวิต กว่าจะได้ตำลึงทองมาก้อนหนึ่ง คิดว่านี่คือเงินตรามหาศาล แต่หลังจาก
เดินเข้าเมือง ก็เห็นผู้คนมากมายใช้จ่ายตำลึงทองในหนึ่งมื้ออาหารอย่างเฉยชา
ปุถุชนผู้นั้นไม่ทราบด้วยซ ้าว่าในโลกหล้าผู้ฝึกตน ตำลึงทองนั่นหามีค่าอะไรไม่
ความต่า