้มาช่างน่าตื่นตาตื่นใจจริง ๆ
ภายในบ้านมีเครื่องรางสีเหลืองมากมายวางอยู่เบื้องหน้าเวินสือเหนียน
เรียวนิ้วที่เห็นข้อต่อชัดกำลังคัดแยกยันต์แต่ละประเภทอย่างคล่องแคล่ว
คุณชายสามเวินภูมิใจที่ตนมีความทรงจำอันยอดเยี่ยมและสามารถจดจำเป็นรูปภาพได้ดี แต่แล้วก็พบว่าเขาไม่สามารถเลียนแบบยันต์พวกนี้ได้ แม้จะทำตามขั้นตอนอย่างเคร่งครัดก็ตาม
เมื่อมองกระดาษยันต์ที่ไร้รูปร่างและว่างเปล่าตรงหน้า เวินสือเหนียนก็ใช้ปลายนิ้วไล้ไปตามอักขระสีชาด ดวงตาซึ่งสงบนิ่งราวกับสระน้ำนิ่งมาตลอด จู่ ๆ ก็สับสนเล็กน้อย “ใส่ยันต์พวกนี้ไว้ในซองเหมือนเดิม แล้วส่งยันต์ครึ่งหนึ่งกลับเมืองหลวง ส่งให้ถึงมือพ่อด้วยละ”
เจิ้งจื้อโหยวพลันประหลาดใจ เพราะเขาไม่คิดว่าคุณชายสามเวินจะเชื่อว่าเครื่องรางเหล่านี้มีประโยชน์
แต่ถึงเฝ่ยไป๋ลู่จะมีความสามารถจริง ๆ เธอก็ยังเพิ่งเริ่มต้น ยันต์ที่เธอวาดย่อมมีประสิทธิภาพจำกัด และไม่คุ้มแก่การส่งไปยังเมืองหลวง
แต่ไม่ว่าจิตใจจะปั่นป่วนแค่ไหน เขาก็ไม่กล้าตั้งคำถามกับการตัดสินใจของคุณชายสามเวิน จื้อโหยวจึงพยักหน้าแล้วถอยกลับไปพร้อมกับซองใส่เครื่องราง
ก่อนเข้านอนตอนกลางคืน เวินสือเหนียนลังเลครู่หนึ่ง สุดท้ายก็เอายันต์ของเฝ่ยไป๋ลู่ใส่ไว้ใต้หมอน
เดิมเขาคิดว่าจะนอนหลับยาก แต่จู่ ๆ ก็ผล็อยหลับไปโดยไม่รู้ตัว
ยามหลับก็เป็นไปตามปกติ ชายหนุ่มปรากฏตัวอีกครั้งในป่าอันมืดมิดที่รายล้อมไปด้วยหมอกสีดำเช่นเคย
เวินสือเห