นียนก้มหน้าลง เฝ้าดูหมอกสีดำอย่างใจเย็น แม้หมอกสีดำนั่นจะลอยเข้ามาหาและพยายามกลืนกินเขาก็ตาม
เขาทำเพียงนับลูกประคำในมือทีละเม็ดโดยที่ไม่ลังเล
ทว่าตอนหมอกดำกำลังจะโดนร่างของเวินสือเหนียน ฉับพลันแสงสีทองปรากฏขึ้น ขจัดหมอกสีดำอันน่าหวาดกลัวออกไป
เวินสือเหนียนหยุดฝีเท้าขณะถือลูกประคำไว้นิ่ง แล้วความสงบก็คืนสู่ชายหนุ่ม ก่อนที่เขาจะรู้สึกถึงร่างโปร่งในแสงสีทองนั่น
ใครกัน?
เขาต้องการเห็นอีกฝ่ายให้ชัดกว่านี้ แต่เปลือกตากลับหนักขึ้นเรื่อย ๆ จากนั้นหมอกสีดำและป่าสีดำก็หายวับไป แล้วจิตสำนึกของเขาก็ตกอยู่ในความเงียบสนิท
ณ ห้องพักในย่านชุมชน เฝ่ยไป๋ลู่ซึ่งกำลังฝึกขัดสมาธิ จู่ ๆ หน้าก็ถอดสี
เธอค่อย ๆ ลืมตาขึ้น พร้อมกับแสงสีม่วงที่ส่องประกายในนัยน์ตาของเธอ
พลังงานแห่งความตายที่ก่อตัวขึ้นนี้ เธอเหมือนจะเคยเห็นที่ไหนสักแห่ง?
แต่น่าเสียดาย ความแข็งแกร่งของเธอลดลงเหลือเพียงขั้นควบแน่นปราณ หากเธอต้องการติดตามเรื่องนี้ เฝ่ยไป๋ลู่ต้องดึงปราณวิญญาณจำนวนมากมาใช้
แม้จิตวิญญาณของเธอจะทรงพลังและสามารถฟื้นฟูปราณวิญญาณได้อย่างรวดเร็วด้วยพลังจิตที่เป็นเอกลักษณ์
ทว่าการใช้ปราณวิญญาณมากเกินไปจะทำให้เกิดความเสียหายต่อร่างกายอย่างถาวร ดังนั้นจึงไม่ใช่ความคิดที่ดี
เธอยังอ่อนแอเกินไป!
การฟื้นพลังด้วยการดูดซับปราณวิญญาณอย่างเดียวช้าเกินไป ดังนั้นตอนนี้ถึงเวลาต้องใช้พลังที่สั่งสมมาในการบ่มเพาะแล้ว
เฝ่ยไป๋ลู่คิดอยู่พักห