งหาผลอัสนีโกลาหลมามิได้เสียหน่อย”
“ผลอัสนีโกลาหลอะไร สำคัญเท่าหลานเขยข้าด้วยหรือ?”
เหลยจั้งดูคลับคล้ายความจำเสื่อม ลืมสนิทว่าก่อนหน้านี้ตนทำอะไรไปบ้าง
เขารีบเปลี่ยนประเด็น “พวกเจ้าจะแต่งงานกันยามใด? ข้าจะจัดงานให้”
ได้ยินเช่นนี้ แก้มของเมิ่งจิงก็แดงก ่า กระมิดกระเมี้ยนขึ้นมาทันที
แม้นางกับเจียงผิงอันจะเป็นสามีภรรยากันไปนานแล้ว การแต่งงานก็ยังมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับสตรีสักคน ทำให้นางรู้สึกกระวนกระวายอย่างบอกไม่ถูก
“นี่…”
“บรรพชน!”
ขณะนั้นเอง ยอดเขาจักรพรรดิก็เกิดเสียงเอะอะวุ่นวาย
บรรพชนตระกูลฉางซุน ฉางซุนผิงเจิ้นเหินออกมา
เขามองซากทายาทตระกูลฉางซุนเกลื่อนพื้น แล้วหัวใจก็รวดร้าว
พวกเขาล้วนเป็นหัวกะทิอันโดดเด่นของตระกูลฉางซุน แต่ยามนี้ศพของพวกเขาหาสมประกอบไม่
โดยไม่รอฉางซุนผิงเจิ้นอ้าปาก เหลยจั้งก็กล่าวขึ้นก่อน
“ไอ้แก่ไม่ยอมตายนี่ วันนี้เจ้าต้องให้คำอธิบายต่อหลานเขยข้าเจียงผิงอัน! หาไม่ เราตระกูลเหลยไม่ยอมจบแน่”
เพราะก่อนหน้านี้ล่วงเกินเจียงผิงอันมาก่อน เหลยจั้งจึงต้องชดเชย
จักรพรรดิแห่งราชวงศ์ต้าเฉียน เฉียนว่านซานก็ปรากฏขึ้นกล่าวขึ้นเสียงเรียบ “เราต้าเฉียนก็ต้องการคำอธิบาย เราราชวงศ์ต้าเฉียนเคยบอกแล้วว่าจะคุ้มครองเจียงผิงอัน”
แม้เฉียนว่านซานจะอยากฆ่าเจียงผิงอันผู้ลักพาตัวเสด็จย่าของเขาให้ตาย แต่หากทำเช่นนั้น เสด็จย่าของเขาได้ระเบิดโทสะแน่นอน
ซูปิน ประมุขแดนศักดิ์สิทธิ์เสินหุนก็เอ่