ขึ้นอย่างช่วยมิได้ ท่านปู่ยังดีต่อเขานัก
ผู้อาวุโสเก้าซูไห่กระฟัดกระเฟียดมายังโถงรับแขก
เมื่อเห็นว่าในโถงหลักเต็มไปด้วยส ารับล ้าค่า ศิษย์หญิงผู้งามโดดเด่นมากมายในส านักสวมอาภรณ์เพริศพริ้งห้อมล้อมผู้ฝึกตนระดับต ่าคนหนึ่ง ซูไห่ก็รู้สึกโทสะสูบฉีดขึ้นหัว
ยามผู้อาวุโสรองซูมู่อวิ๋นเห็นซูไห่ เขาก็รีบตะโกนเรียก “เฒ่าเก้ามานั่งสิ!”
“นั่งกับผีสิ!”
ซูไห่แผดเสียงดังสนั่นพลางถีบโต๊ะตัวหนึ่งล้ม ท าให้ทุกผู้ในโถงสะดุ้งโหยง บรรยากาศเงียบกริบเฉียบพลัน
ซูไห่ชี้หน้าผู้อาวุโสทั้งหลายพลางก่นด่า “ข้าละอายนักที่อยู่ร่วมสังกัดกับพวกเจ้า เพื่อเอาใจคนนอกเพียงหนึ่ง กลับทุบตีฉกชิงโอกาสจากหลานข้า!”
“มีศิษย์สักกี่คนได้ลิ้มลองส ารับเลิศโอชาเช่นนี้? เมรัยถนอมจิตนี่ร้อยปีบ่มได้เพียงไห พวกเจ้ากลับเอามาเสียของ”
“เรื่องน่าขยะแขยงที่สุดคือ พวกเจ้าถึงกับเรียกบุตรหลานสตรีของตัวเองมาร่วมวงสุราด้วยกัน ดูสภาพปัจจุบันของพวกเจ้าแล้ว น่ารังเกียจกันจริง ๆ!”
เสียงก่นด่าของซูไห่สนั่นก้องในโถงหลักจนเสียดโสต
ซูมู่อวิ๋นกระแอมแห้ง ๆ วางเมรัยถนอมจิตในมือลง และเอ่ยว่า“เฒ่าเก้า อย่าเพิ่งโวยวาย นี่คือเจียงผิงอัน…”
“ข้าไม่สนว่าเขาเป็นใคร ต่อให้เป็น… อะไรนะ?! เจียงผิงอัน?”
ท่าทีของซูไห่อ่อนลงเล็กน้อยเฉียบพลัน “ต่อให้เขาคือเจียงผิงอัน เขาก็ยังมิได้รับต าแหน่งเจ้านิกายเทวมารในตอนนี้ และอยู่เพียงขอบเขตหลอมสุญตา…”
กล่าวถึงตรงนี้ ซูไห่ก็จังงั