้ว เขาจึงผ่อนโทสะลง
เขาไม่สนใจมั่วชงอีก ปราณทรงพลังระเบิดออกจากกาย หันไปกล่าวกับทัพมาร
“ไสหัวไป!”
เสียงนั้นดังสนั่นฟ้า กวาดกระหน ่าทั่วท้องนภาจรดแดน กระทั่งสุญตายังเจียนร้าวราน
ก้อนอ านาจมืดด าอันคืบคลานชะงักเฉียบพลัน
“เจียงผิงอัน! เขายังไม่ตาย!”
“เวรจริง! สารเลวตัวไหนมันบอกนะว่าเจียงผิงอันตายแล้ว?”
“ส่งพวกหน่วยข่าวกรองไปขุดเหมืองกันให้หมด!”
ยามเหล่ามารเห็นเจียงผิงอันยังอยู่ หัวใจของพวกมันก็สะท้านด้วยตื่นกลัว ตะโกนอย่างเสียขวัญตามกัน
เพื่อรักษาหน้าไว้สักนิด ยอดฝีมือเผ่ามารตนหนึ่งจึงตะโกนทิ้งท้าย “พวกเจ้านิกายเทวมารรอก่อนเถอะ! เจียงผิงอัน ฝากไว้ก่อนเถอะ!”
“ถอยทัพ!”
ทัพมารอันเกรียงไกรขามาว่าเร็วแล้ว ยามถอยทัพเร็วยิ่งกว่า
เหล่าศิษย์นิกายเทวมารซึ่งเตรียมสู้กันแล้วยืนมองภาพตรงหน้ากันตาค้าง
วาทะค าเดียวของเจียงผิงอันท าเผ่ามารหนีหายขวัญผวา กระทั่งยอดฝีมือขอบเขตพ้นพิบัติยังไม่มีอ านาจกดดันถึงเพียงนี้
แม้อ านาจกดดันของเจียงผิงอันจะอยู่บนรากฐานของนิกายเทวมารทั้งนิกาย ก็ยังเพียงพอแสดงให้เห็นว่าเจียงผิงอันแข็งแกร่ง
กวาดล้างสรรพศัตรูในหนึ่งขอบเขต ไร้ตัวตนใด ๆ หยุดเขาได้
อัจฉริยะเผ่ามนุษย์ชิงความเป็นหนึ่งในยุคสมัยปัจจุบันกันอยู่ในหทัยแผ่นดิน แต่เทียบกับบุตรศักดิ์สิทธิ์แล้ว พวกนั้นนับเป็นอะไร?
สมาชิกระดับสูงของนิกายเทวมารมองเจียงผิงอันด้วยสีหน้าซับซ้อน
ไม่รู้ท าไม แต่พวกเขารู้สึกเสมอว่าเจียงผิงอ