่งดังขึ้น
“คุณเฝ่ย พ่อให้ผมมาเชิญคุณครับ” เวินโจวในชุดสูท ผิวพรรณดูหม่นคล้ำนิดหน่อย แต่ไม่ได้ทำให้ความหล่อของเขาลดลงแต่อย่างใด
คู่พ่อลูกตระกูลเฝ่ยต่างประหลาดใจกับการปรากฏตัวอย่างกะทันหันของเวินโจว จนไม่ได้สังเกตเห็นว่าเขาพูดด้วยภาษาที่แสดงความเคารพ
ตระกูลเวินเชิญพวกเขาด้วยตัวเอง ไม่แน่ว่าอาจจะได้พบกับคุณชายสามเวิน เฝ่ยมาตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเปลี่ยนจากโกรธเป็นยินดีทันที “คุณชายเวิน ลำบากคุณต้องมา พวกเราจะไปเดี๋ยวนี้”
เฝ่ยชิงรั่วก็ยินดีเช่นเดียวกัน ถึงแม้ว่าเธอจะไม่อยากแต่งงานกับคุณชายสามเวิน แต่ความเคารพที่ตระกูลเวินแสดงต่อเธอ ณ เวลานี้ ทำให้เธอพึงพอใจอย่างยิ่ง
เฝ่ยชิงรั่วเก็บซ่อนการเย้ยหยันในดวงตาที่มีต่อเฝ่ยไป๋ลู่ เธอจัดผมอย่างตื่นเต้น ด้วยตั้งใจว่าจะปรากฏตัวต่อหน้าคนตระกูลเวินด้วยหน้าตาท่าทางที่ดีที่สุด
เวินโจวประหลาดใจ เขามองไปยังพ่อกับลูกสาวตระกูลเฝ่ยที่ใบหน้าเต็มไปด้วยความสุขอย่างแปลกประหลาด เขายิ้มอย่างอึดอัดใจแต่ก็ยังคงสุภาพ “คุณสองคนคงเข้าใจผิดแล้ว คนที่พ่อผมเชิญคือคุณเฝ่ยไป๋ลู่”
“ว่าไงนะ?” สองเสียงฟังดูไม่อยากจะเชื่อ
เฝ่ยชิงรั่วเบิกตากว้าง หันขวับ จ้องมองเฝ่ยไป๋ลู่ที่หัวเราะออกมาเบา ๆ แล้วเดินตามเวินโจวไป
ท่าทางที่เวินโจวปฏิบัติต่อเฝ่ยไป๋ลู่นั้นให้ความเคารพอย่างมาก เห็นได้ชัดว่าความสัมพันธ์ระหว่างเฝ่ยไป๋ลู่กับตระกูลเวินไม่ธรรมดา
เมื่อคิดถึงการกระทำที่คิดไปเองฝ่ายเดียวก