ี่ยอู๋ฉิง
เยี่ยอู๋ฉิงกัดฟันก าหมัด “เจ้าหรือที่ฆ่าลูกพี่?”
“อย่าปรักปร ากันนะ”
มั่วปู้ฟานปากพูดเช่นนี้ แต่ถ่ายทอดกระแสปราณแอบตอบ
“เป็นข้าแล้วท าไม? มีปัญญาก็ฆ่าข้าสิ กล้าหรือไม่? ขยะจากภายนอกอย่างพวกเจ้าควรค่าแย่งต าแหน่งบุตรศักดิ์สิทธิ์กับข้าด้วยหรือ”
“เจ้าคิดว่าคนอื่นไม่สงสัยข้าหรือ? แต่พวกเขาไม่มีหลักฐาน จะท าอะไรได้? ผู้อาวุโสทั้งหลายจะยอมผิดใจกับพ่อข้าเพื่อคนตายคนเดียวหรือ?”
“ท าตาเช่นนั้นหมายความเช่นไร? บุรุษก็ไม่ใช่ สตรีก็ไม่เชิงอย่างเจ้าคิดว่าตัวเองแข็งแกร่ง เลิศล ้านักหรือ? ในสายตาข้า ผายลมยังไม่อาจเทียบเลย”
“นี่คือถิ่นนิกายเทวมารของข้า พ่อข้าเป็นผู้อาวุโสใหญ่ หากเจ้ากล้าแตะต้องข้า เจ้าตายแน่!”
มั่วปู้ฟานมองเยี่ยอู๋ฉิงผู้เดือดดาลด้วยอารมณ์สุดแสนยินดี
เกลียดจริง ๆ พวกที่คิดว่าตัวเองแข็งแกร่งแล้วถูกทุกเรื่อง ไม่ว่าคนจะแข็งแกร่งแค่ไหน สุดท้ายก็สู้ขุมก าลังใหญ่ไม่ได้อยู่ดี
นี่คือพลัง นี่คือสถานะ ต่อให้เป็นยอดฝีมือขอบเขตพ้นพิบัติ ก็มิกล้าล่วงเกินขุมก าลังใหญ่อย่างพวกเขาอยู่ดี
สีหน้าโกรธเคืองบนใบหน้าเยี่ยอู๋ฉิงค่อย ๆ เลือนหาย กล่าวขึ้นเสียงเรียบว่า “รู้ว่าเจ้าท าก็พอแล้ว”
“แล้วเช่นไรล่ะ ฮ่า ๆ…”
เสียงหัวเราะของมั่วปู้ฟานหยุดลงกะทันหัน ยันต์พิทักษ์กายพลันเรืองแสง หนึ่งกระบี่ชี้อยู่ตรงหน้า เกือบแทงศีรษะเขาได้รอมร่อ!
เหงื่อเย็นเฉียบแตกพลั่กทั่วกายเขาเฉียบพลัน มั่วปู้ฟานมิคาดฝันว่าเย