ษะของเขาหันไปอีกด้านทันควัน พลันบนแก้มข้างหนึ่งปรากฏรอยตบแดงทาบทับ
“แกหุบปากเดี๋ยวนี้!” เวินหย่งพลันรู้สึกหายใจไม่ออก “แกเลอะเลือนกันไปใหญ่แล้ว เรื่องมันไม่ใช่อย่างที่แกคิดเลย แม่ของแกเสียชีวิตด้วยอาการป่วย จึงทำให้ฉันเสียใจมาก และฉันเองไม่ได้ต้องการดูแลตระกูลเวิน ฉันก็เลยมอบหน้าที่ให้พี่ใหญ่ และเดินจากไปเหมือนคนขี้ขลาดขาดความรับผิดชอบด้วยตัวของฉันเอง”
“ฉันไม่อยากให้แกไร้ประโยชน์เหมือนฉัน ถึงได้ฝากแกไว้กับพี่เพื่อฝึกฝนตัวเอง แต่แก… แกกลับทำร้ายอาโจวจริง ๆ…”
เวินหย่งขอให้พี่ใหญ่สั่งสอนลูกชายของเขา แต่ลูกชายของเขากลับต้องการทำลายครอบครัวของพี่ชายใหญ่เสียอย่างนั้น
เวินหย่งน้ำตาไหล ไม่กล้าเผชิญหน้ากับคุณพ่อเวินอีก
เวินโจวกล่าวด้วยสีหน้าโง่งม “พี่หมิน พ่อของฉันตั้งใจจะฝึกให้พี่เป็นผู้นำคนต่อไปของตระกูลเวิน…” ดังนั้นคุณพ่อจึงต้องเข้มงวดกับเวินหมิน แต่ในสายตาของพี่หมินกลับคิดต่างกันอย่างไม่คาดคิด คิดว่าคุณพ่อจงใจปฏิบัติต่อเขาอย่างเลวร้าย เพื่อทำให้เขาอยู่ในโอวาท
เวินหมินตกตะลึง เขาพึมพำกับตัวเอง “เป็นไปไม่ได้… อาโหยวคงไม่โกหกฉันหรอก ฉันไม่เชื่อ…”
เฝ่ยไป๋ลู่พลันจับคำพูดได้อย่างเฉียบขาด “อาโหยวที่คุณพูดถึงคือใครคะ เขาเป็นคนสอนอาคมนิทราสังหารให้คุณเหรอ?”
เวินหมินเม้มปากนิ่งเงียบ
เวินหย่งทั้งโกรธทั้งวิตกกังวล “แกไม่เชื่อคำพูดของญาติตัวเอง แต่ไปเชื่อคนนอกเหรอ? รีบเล่าเรื่องทั้งหมดมา แล้วก็อย่า