นเขาจึงไม่เชื่อเฝ่ยไป๋ลู่ เพราะเขาไม่เชื่อว่าเวินหมินจะทำร้ายเขา!
แต่ถ้าเฝ่ยไป่ลู่พูดถูก คนที่ทำร้ายเขาก็คือลูกพี่ลูกน้องของเขา…
เวินโจวตัวสั่น
“เครื่องรางสงบสุขงั้นเหรอ ฉันขอชื่นชมที่คุณกล้าสวมสิ่งอัปมงคลนี่ไว้บนร่างนะ” เฝ่ยไป๋ลู่คว้าสิ่งนั้นมาจากมือของเวินโจวอย่างง่ายดาย เธอไล้ปลายนิ้วไปยังใจกลางแผ่นยันต์ ทันใดกลิ่นไม่พึงประสงค์ก็ลอยออกมา
กลิ่นเหม็นเน่าเสียจนคุณพ่อเวินกับเวินโจวอดไม่ได้ที่จะปิดจมูก
เครื่องรางสงบสุขจะมีกลิ่นแบบนี้ได้ยังไง?
เมื่อคิดถึงตอนสวมสิ่งอัปมงคลเช่นนี้ไว้บนร่าง เวินโจวก็อยากจะสำรอกออกมา
คุณพ่อเวินมีลูกชายเพียงคนเดียวและไม่สามารถทนดูเขาตายได้ ชายวัยกลางคนจึงขอร้องเฝ่ยไป๋ลู่ว่า “ได้โปรดท่านอาจารย์เฝ่ย โปรดช่วยลูกชายของฉันด้วย! ตราบใดที่ตระกูลเวินของเราสามารถทำตามเงื่อนไขของคุณได้ เราจะไม่ปฏิเสธเลย”
“ก็ได้ค่ะ” เฝ่ยไป๋ลู่ขยับปลายนิ้ว แผ่นยันต์ก็พลันติดไฟทั้งที่ไม่มีเชื้อเพลิง กลิ่นคาวคลุ้งค่อย ๆ หายไป และยันต์ก็เหลือเพียงกองขี้เถ้าเท่านั้น
คุณพ่อเวินยิ่งมั่นใจในวิธีการของเฝ่ยไป๋ลู่มากขึ้น ใบหน้าของเขาซีดเผือด และเขาก็ขอให้ใครสักคนไปเรียกเวินหมินมาทันที
เวินหมินเดินเข้ามา ตามมาด้วยชายวัยกลางคนคนหนึ่ง ซึ่งก็คือเวินหย่ง ผู้เป็นพ่อของเวินหมิน “พี่ ทำไมคุณรีบเรียกอาหมินมาที่นี่ …เขาไปทำอะไรไว้หรือเปล่า?”
ในฐานะหัวหน้าตระกูลเวินในเมืองเจียง คุณพ่อเวินมองพวกเขาสองคนด้ว