หมดเวลาใช ้งานกฎเกณฑ์ส าหรับอีกฝ่ าย เขาก็ยังทะลวง การป้ องกันของอีกฝ่ายไม่ได้
เว้นแต่เขาจะใช ้กฎเกณฑ์ได้
แต่เขาไม่ได้เรียนรู ้การใช ้กฎใด ๆ เลย
การต่อสู้ด าเนินต่อ ไม่สิ ต้องบอกว่าเป็ นการไล่จับ
เงาร่างวูบไหวเช่นอัสนีพริบตาในสมรภูมิ ขณะที่ฉู่หยางไล่ตาม ไม่ลดละ
แต่ไม่ว่าฉู่หยางจะไล่ตามเช่นไร ก็มิอาจตามเจียงผิงอันทันได้เสีย ที
ความกังวลในใจผู้คนจากต้าเซี่ยทุเลาลงมาก
ในที่สุดพวกเขาก็เข้าใจ ว่าเหตุใดเจียงผิงอันจึงเรียนหมัดอู๋จี๋
ด้วยปราณที่สั่งสมไว้นี้ ต่อให้อีกฝ่ ายอยู่ในขอบเขตจินตาน ขอ เพียงใช ้กฎเกณฑ์มิได้ ก็มิอาจท าอะไรเขาได้
แต่เจียงผิงอันไปเรียนวรยุทธ ์วิเศษอะไรมา จึงมีปราณมากมายได้ เพียงนี้?
ผ่านไปอีกครึ่งชั่วยาม สมรภูมิเหลือเพียงแดนดินมอดไหม้ไปเนิ่น นาน
ฉู่หยางเหนื่อยจนหอบแฮ่ก เพลิงสีน้าเงินในกายค่อย ๆ หรี่หาย กฎเกณฑ์หวนคืนสู่ความสงบนิ่ง
เขามองเจียงผิงอันอย่างไม่อยากเชื่อ อีกฝ่ายไม่หอบแม้สักนิด!
เป็ นไปได้เช่นไร!
เจียงผิงอันเห็นกฎจากร่างอีกฝ่ ายสลายหาย ก็เปลี่ยนจากฝ่ าย หนีเป็ นโจมตี
เงื้อหมัดขึ้นระดมใส่อย่างบ้าคลั่ง
ฉู่หยางซึ่งเหนื่อยอ่อนเป็ นทุนเดิมไร ้กาลังตอบโต้ จึงถูกหมัดของ เจียงผิงอันกระแทกหน้า โลหิตทะลักออกจมูก
ฉู่หยางแผดเสียง “ต่อให้เจ้ามีปราณพอ! เว้นแต่เจ้าจะมีร่างเทวะ เหมือนกันแล้วผลาญโลหิตร่างเทวะ ใช ้งานกฎเกณฑ์ เจ้าก็ไม่มีทาง ทะลวงการป้ องกันของรัชทายาทผู้นี้ได้หร