ธรรมดา” เจียงผิงอันสัมผัสได้ ถึงปราการไร ้ที่ติของวิชาหมัดจากอีกฝ่าย
หมัดของทั้งคู่ปะทะกันต่อเนื่อง ดูจะไม่มีอานาจโจมตีมากนัก แต่ มีเพียงผู้เผชิญมันตรง ๆ จึงทราบว่ามันอันตรายเพียงไร
เพียงแค่ว่าทั้งสองต่างสลายการโจมตีของกันได้ จึงดูไร ้อานาจ มากนัก
กาลเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ครึ่งชั่วยามพ้นไปในพริบตา
ผู้ชมบนอัฒจันทร์อดหาวกันไม่ได้
“น่าเบื่อชะมัด นี่คือศึกชิงสิบอันดับแรกหรือ? เหตุใดจึงไม่สะท้าน สะเทือนอะไรเลย? ไม่ยักเห็นวิชาเลิศล้าใด ๆ”
“เจียงผิงอันติดกับดักหวังหลานแล้ว หวังหลานบรรลุวิชาชั่วร ้าย ยิ่ง และมีปราณวิญญาณเพียงพอในกาย”
“ข้าไม่ชอบดูศึกของหวังหลานที่สุด ครั้งก่อนใช ้เวลาสามชั่วยาม เต็มกว่าจะทาศัตรูสิ้นปราณได้”
“ข้าไปฝึกฝนก่อนนะ จบศึกค่อยมาเรียกแล้วกัน”
ผู้ฝึกตนมากมายเบื่อจนเริ่มทาสมาธิฝึกฝน
เซี่ยชิงเห็นการต่อสู้ของทั้งสองแล้วขมวดคิ้ว ยิ่งนึกสงสัยว่าเจียง ผิงอันมีความกล้าหรือไม่
“ให้เขาจบศึกไว ๆ แต่เขากลับไปสู้ยืดเยื้อกับหวังหลาน ติดกับ หวังหลานเข้าเต็มเปา พูดไม่ฟังจริง ๆ”
“องค์หญิง ท่านอาจเข้าใจสหายเจียงผิดไปนะพ่ะย่ะค่ะ” จินหลิน ว่า
“เจ้าหมายความเช่นไร?”
เซี่ยชิงหันมาถามอย่างงุนงง แต่แล้วก็พบว่าอัจฉริยะมากมาย เบื้องหลังตนมีสีหน้าเห็นอกเห็นใจ
แต่ความเห็นใจนี้ไม่มีทางมอบให้เจียงผิงอัน
จินหลินอธิบายยิ้ม ๆ “ยามคัดเลือกอัจฉริยะในเมืองเฮยเฟิ ง สหายเจียงติดอันดับในเดือนสุดท้าย และเม