งเจียงผิงอันดูใจดีเมตตา ยืนแย้มยิ้มในอาภรณ์สีเขียว
คนผู้นี้คือหวังหลาน
หวังหลานแย้มยิ้มพลางกุมกาปั้นคารวะ “สหายเต๋าเจียง ยินดีที่ ได้พบ”
“กาลก่อน ข้าเกือบเลือกฝึกฝนหมัดอู๋จี๋แล้ว แต่พลังต่อสู้ของมัน แย่เกินไป สุดท้ายข้าจึงเลือกหมัดวารีริน”
“หวังว่าสหายเต๋าเจียงจะให้ข้าประจักษ์ความแข็งแกร่งของหมัดอู๋ จี๋ได้”
เจียงผิงอันกุมกาปั้นคารวะตอบพลางกล่าวเบา ๆ “โปรดชี้แนะ ด้วย เยอะ ๆ เลย”
โฆษกคนงามตะโกนขณะละล่องเหนือฟ้ า “ศึกชิงสิบอันดับแรก เริ่มขึ้น ณ บัดนี้!”
หวังหลานเปิดฉากจู่โจม ความเร็วหมัดของเขาไม่ได้ดูเร็วนัก แต่ คลื่นอากาศรอบทิศนั้นพลุ่งพล่านรุนแรง กรวดทรายบนพื้นเคลื่อน คลุ้งฟุ้ งตลบ
นี่คือวิชาหมัดอันเปี่ยมกลลวง หากไม่ระวังก็ถูกชกได้ไม่ยากเลย
เจียงผิงอันออกหมัดอู๋จี๋เข้ารับ
การโจมตีของทั้งสองมิได้เร็วเร่ง กระทั่งผู้ฝึ กตนขอบเขตก่อ ปราณยังเห็นชัดเจน
ผลการโจมตีไม่ได้อลังการเช่นศึกก่อน ยามนั้นโลกหล้าสะท้าน เทิ้ม รัศมีศักดิ์สิทธิ์ทะลวงฟ้ า คลื่นอานาจชวนสะพรึงจนขนลุก
การโจมตีของทั้งสองล้วนเรียบง่าย แต่ก็ล้วนไร ้ที่ติ
หมัดวารีรินยืดหยุ่นโอนอ่อน ลือนามเรื่องการตอบโต้ทุกการ โจมตี
อานาจคุ้มกันยิ่งใหญ่ แต่ก็ยังโจมตีรุนแรง
มันคล้ายหมัดอู๋จี๋มากนัก แต่มิสามารถใช ้การโจมตีของคู่ต่อสู้ ย้อนกลับได้
“วิชาหมัดของสหายเต๋าเจียงอัศจรรย์ยิ่ง” หวังหลานเอ่ยชม ยังคง ออกหมัดระรัว
“วิชาหมัดของสหายเต๋าหวังก็ใช่