ประโยคสุดท้ายลั่นดัง
หมอชาวบ้านเข้ามาถึงพอดีและชะงักอยู่อย่างนั้น จูต้าเหนียงคิดเช่นนี้หรอกหรือ!
“ไม่มีสิ่งใดสำคัญไปกว่าชีวิตคน!” เย่อวี๋หรานเอ่ยสำทับ “เจ้ารอง ฟังข้าให้ดี คนอื่น ๆ ก็ด้วย ในโลกนี้ไม่มีสิ่งใดสำคัญไปกว่าชีวิตคน โดยเฉพาะจูปาเม่ย เจ้าจงจำคำแม่เอาไว้ให้ดี ต่อไปเมื่อแต่งเข้าตระกูลอื่นแล้วเจอเรื่องวุ่นวายเช่นนี้แต่ผู้อื่นต้องการให้เจ้าแลกชีวิตกับสิ่งที่เรียกว่า ‘การแบ่งแยกสำคัญระหว่างชายหญิง’ และ ‘ซุ้มประกาศพรหมจรรย์*[1]’ เจ้าจะต้องสู้ตามคำของแม่ เข้าใจไหม?”
“เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ ท่านแม่!” จูปาเม่ยรีบขานรับเมื่อถูกกล่าวถึง
แม้นางไม่รู้ว่าจะเผชิญกับเรื่องทำนองนี้ในภายภาคหน้าหรือไม่ ทว่าดังเช่นที่มารดากล่าว คนเรากำลังจะตาย ไฉนเลยจะต้องใส่ใจการแบ่งแยกระหว่างชายหญิง การมีชีวิตรอดเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
หากมีคนโง่เง่าคนใดกล้าบีบให้นางพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในเรื่องพรรค์นี้ นางคงไม่โง่อย่างพี่สะใภ้รอง แต่จะ ‘สู้’ กลับอย่างที่มารดาบอก
จูเอ้อร์ก้มหน้างุดโดยไม่พูดไม่จา
เย่อวี๋หรานเห็นหมอชาวบ้านมาถึงแล้วจึงเลิกดุด่าทันที แล้วให้หมอชาวบ้านเข้ามารักษาหลิวซื่อ
เคราะห์ดีที่อาการไม่หนัก หลิวซื่อไม่ได้บาดเจ็บรุนแรงและเป็นอันตรายถึงชีวิต เพียงต้องรอฟื้นตัวเท่านั้น ส่วนเรื่องแผลเป็นบนหน้าผากนั้น ขี้ผึ้งที่ต้าเป่าเคยใช้แล้วเห็นผลดีถูกนำมาให้หลิวซื่อ
เย่อวี๋หรานกล่าวขอบคุณหมอชาวบ้านด้วยตนเองและขอให้เข