์เข้ามาต่อว่าอีกครั้ง
“หลิวซื่อเจ็บตัวก็เพราะเจ้า เจ้าต้องดูแลเมียและลูกคนนี้” นางส่งสายตาบอกให้จูซื่อส่งอู๋เป่าที่หลับอยู่คืนให้จูเอ้อร์อุ้มพลางเอ่ยว่า “จนกว่าหลิวซื่อจะอาการดีขึ้น เจ้าต้องเลี้ยงเขาเอง”
จูเอ้อร์ลนลาน “ท่านแม่ ดูแลหลิวซื่อไม่มีปัญหา แต่อู๋เป่ายังเล็กอยู่อย่างนี้และข้าก็ไร้ประสบการณ์ จะเลี้ยงเขาได้อย่างไร”
สิ่งอ่อนนุ่มในอ้อมแขนเขาดูคล้ายจะแตกหักด้วยแรงเพียงเล็กน้อย เข้าไม่คิดว่าตนเองจะมีปัญญาเลี้ยงเจ้าตัวเล็กแสนบอบบางได้
เย่อวี๋หรานปั้นหน้าดุ “หากเจ้าไม่มีปัญญาเลี้ยงลูกชายตนเองแล้วจะหวังให้ใครมาเลี้ยงให้ หากข้าไม่ปล่อยให้เจ้าลิ้มรสความยากลำบากของการเลี้ยงลูก เจ้าจะเข้าใจความแตกต่างระหว่างเด็กที่มีแม่และไม่มีแม่ได้อย่างไร เจ้าจะได้ไม่อยู่ว่างทั้งวันไม่ดีหรือ จะได้ไม่ต้องคิดเล็กคิดน้อยเรื่องที่หลิวซื่อถูกแตะเนื้อต้องตัวเพราะคลอดลูกยาก เรื่องหยุมหยิมเช่นนี้เจ้าก็ยังเก็บมาคิดได้…”
จูเอ้อร์คิด ‘ท่านแม่ มันกลายเป็นเรื่องหยุมหยิมไปได้อย่างไร?’
ทว่าดูจากท่าทีของมารดาแล้วเขาก็ไม่กล้าปริปากพูดสิ่งใด
หากเอ่ยปากออกมาอีกคงได้ถูกนางกล่าวตำหนิอีกเป็นแน่
“ช่างเถิด” เย่อวี๋หรานถอนหายใจและเอ่ยว่า “คืนนี้ให้ครอบครัวเหล่าซื่อช่วยดูแลเมียเจ้า ส่วนเจ้าอยู่เก็บของแล้วไปกับข้า”
“หา?”
“หาอะไร? ใครใช้ให้เจ้าเป็นลูกชายข้าเล่า ต่อให้โกรธเคืองเพียงไหนก็ทอดทิ้งเจ้าไว้คนเดียวไม่ได้” นางไม่ได้กล่า