กสิ่งและเปลี่ยนแปลงใจจริงของคนก็เป็นได้” เย่อวี๋หรานก็คาดหวังว่าเรื่องของพี่เป้าจะเป็นนางที่คิดมากเกินไป ไม่เช่นนั้นการที่ต้องป้องกันเช่นนี้ไปมานางก็เหนื่อยเหมือนกัน
เมื่อกลับมาถึงบ้าน นางก็ไม่ลืมเตือนจูอู่ให้ดูว่ามีเส้นทางไปที่สกุลเจี่ยหรือไม่ เพื่อไปตรวจสอบสถานการณ์ของสกุลเจี่ย
เรื่องของพี่เป้าดูเหมือนจะ ‘ผ่าน’ ไปแล้ว แต่ถึงอย่างไรเรื่องนี้ก็ต้องขีดเส้นไว้ในใจ ไม่เช่นนั้นหากได้ฟังความเพียงด้านเดียวก็ง่ายมากที่จะถูกบิดเบือนจากความจริง
“เข้าใจแล้วขอรับท่านแม่ ข้าจะไปจัดการให้ขอรับ” จูอู่ตกปากรับคำ เริ่มใช้สมองคิดว่าจะติดต่อกับสกุลเจี่ยอย่างไร
บางครั้งผู้ที่รู้ความลับในสกุลมากที่สุดก็หาใช่เจ้าบ้าน แต่กลับเป็น ‘ข้า’ รับใช้ภายในเรือน
ช่วยไม่ได้ ใครใช้ให้มีบ่าวไพร่มากมายเล่า?
เจ้ามองข้า ข้ามองเจ้า ทุกคนก็สามารถปะติดปะต่อเรื่องราว ‘ความจริง’ ที่เจ้านายไม่รู้ออกมาได้
ยามที่มันเทศของสกุลจูเหลือเวลาไม่มากก็จะเก็บเกี่ยวแล้ว ข่าวคราวทางด้านจูอู่ก็กลับมาเช่นกัน
“ท่านแม่ ข้าทำหน้าที่สำเร็จแล้วขอรับ สกุลเจี่ย…ยุ่งเหยิงจริง ๆ ขอรับ” จูอู่พูดด้วยท่าทีทอดถอนใจและกล่าวต่อ “หลังจากจับตาดูสกุลเจี่ย ข้าคิดว่าเข้าใจชัดเจนแล้วขอรับว่าเหตุใดท่านจึงตั้งกฎว่าห้ามรับอนุเข้ามาตั้งแต่แรก”
ยามที่สกุลเจี่ยเพิ่งมาถึงตำบลอันจิ่วหาได้ ‘ยากจน’ เหมือนในยามนี้ พวกเขาเคยใช้ชีวิตอย่างฟุ่มเฟือย
แต่นายท่านเจี่ยเป็นผู้ที่