หรานย้อนนึกในความทรงจำเจ้าของร่างเดิมแล้วส่ายหน้า “ไม่ ข้าเองก็เพิ่งเคยเจอเรื่องเช่นนี้เป็นครั้งแรก”
“ท่านแม่ ท่านเห็นเมฆบนยอดเขาไท่ตังหรือไม่ ข้าจะบอกท่านให้…”
……
การบรรยายของจูซื่อกับจูอู่ทำให้เย่อวี๋หรานนึกได้อย่างหนึ่ง พายุครั้งนี้เกิดขึ้นหลังกานอี้เซียนกลับออกจากบ้านสกุลจูไป เจ้าเด็กบื้อคนนั้นคงไม่วิ่งไปหลบฝนใต้ต้นไม้หรอกใช่ไหม!
ฟ้าผ่าเพียงนี้ ขืนไปหลบใต้ต้นไม้จะไม่กลายเป็นสายล่อฟ้าพร้อมใช้หรอกหรือ?
กานอี้เซียนที่กำลังเป็นสายล่อฟ้าอยู่ “…”
ไม่ต้องห่วง จูต้าเหนียง ข้าแข็งแรงมาก สายฟ้าแค่นี้ไม่สามารถฆ่าข้าได้
ครืน…
เสียงฟ้าคำรามดังขึ้นอีกครั้ง
สายฟ้าครั้งนี้นับได้ว่าหัวเสือหางงู*[1]
กานอี้เซียนงุนงงเล็กน้อย จบลงเช่นนี้หรือ? หรือว่าเทพสายฟ้ากับภรรยาจะคืนดีกันแล้ว ตอนนี้จึงยุ่งอยู่กับการง้อภรรยาจนไม่ได้สนใจเขา
ต่อให้เป็นเช่นนั้นเขาก็ยังคุดคู้อยู่บนพื้นพักหนึ่งก่อนพยุงตัวขึ้นมา
เมื่อขยับตัว กระดูกทั้งร่างก็ดังกรอบแกรบราวกับเหล็กกระทบกัน
เถ้าถ่านบนตัวเขาหลุดร่อนออกทีละชั้นราวกับเกล็ด ไม่นานมันก็หล่นร่วงไปทั่วพื้น
เขารู้สึกเหมือนไข่ที่ถูกแกะเปลือกออก ผิวอมชมพูและเรียบลื่นขึ้นมาไม่รู้กี่เท่า
แน่นอนว่าตอนนี้เขาไม่ได้มีเสื้อผ้าติดกาย ‘อัสนีเคราะห์’ ทำให้เสื้อผ้าชุดโปรดของเขาขาดวิ่นไปหมด
ส่วนหนึ่งของกองเถ้าถ่านก็มาจากเสื้อผ้า
เขารีบเสกชุดใหม่แล้วสวมอย่างอารมณ์ดี โชคดีที่เขาอยู่เพียงลำพัง