“ไม่มีแต่” เย่อวี๋หรานยกยิ้ม “เอาเถิด ข้าจะถือว่าวันนี้เจ้ามาเยี่ยมข้า ขอบคุณมาก นั่งลงดื่มชาด้วยกันก่อนเถอะ กินมันเทศตากแห้ง อยู่คุยเป็นเพื่อนข้าหน่อย… ข้ากลับมาคราวนี้แข้งขาไม่ดีอีกต่อไป ไม่อาจเดินเหินไปไหนจึงได้แต่อุดอู้อยู่ที่บ้าน ไม่มีใครคอยอยู่คุยด้วยแบบนี้น่าเบื่อไม่น้อย”
กานอี้เซียนยิ่งเศร้าใจเมื่อได้ยินนางพูดเช่นนั้น
เขาพลันนั่งลง “แล้วท่านอยากคุยเรื่องอะไร?”
“อะไรก็ได้ ดินฟ้าอากาศ อะไรที่เจ้าพูดได้ก็พูดมาเถิด” เย่อวี๋หรานยิ้มพลางมองใบหน้าอันหล่อเหลาของเขา “พูดไปแล้วข้าก็รู้จักเจ้ามานาน ยังไม่รู้เลยว่าเจ้าอายุเท่าใดแล้ว น่าจะรุ่นราวคราวเดียวกันเหล่าซื่อกับเจ้าห้าบ้านข้าใช่ไหม”
ใช่ว่านางอยากคาดเดาว่าเขาอายุน้อยกว่า แต่ใบหน้าของเจ้าตัวดูอ่อนเยาว์จริง ๆ ผิวขาวผ่องนั้นดูดีเสียยิ่งกว่าคุณหนูที่เติบโตมาในครอบครัวเศรษฐีเสียอีก
“อ่า… อืม… ก็น่าจะราว ๆ นั้น…” กานอี้เซียนไม่กล้าบอกความจริง
เทพมีอายุยืนยาวหลายร้อยปี แต่กลับถูกมนุษย์ปฏิบัติเหมือนเป็นลูกเช่นนี้ นับว่าเป็นประสบการณ์… ที่แปลกใหม่ไม่น้อย!
“เช่นนั้นเจ้าก็น่าจะแต่งงานแล้วใช่ไหม เมียเป็นลูกสาวสกุลใดเล่า ข้าเคยพบหรือไม่” เย่อวี๋หรานส่งสีหน้าฉงน คล้ายอยากรู้จริง ๆ ว่าหญิงสาวแบบใดจะคู่ควรกับหนุ่มหล่อตรงหน้านางผู้นี้
กานอี้เซียนไม่รู้ตัวแต่อย่างใดว่าใบหน้าที่ถูกอำพรางเอาไว้จางหายไปเล็กน้อย จึงเผยให้เห็นใบหน้างดงามที่แท้จริง
ยังไ