ม่กล่าวถึงเรื่องที่แม้แต่ในสวรรค์เขาก็ยังเป็นหนึ่งในผู้ที่งดงามที่สุด
อย่างไรเสียมารดาเขาก็ได้แต่งงานกับบิดาซึ่งได้ชื่อว่าเป็น ‘ยอดคนงามแห่งแดนเทพ’ ในฐานะลูกชาย เขาจะด้อยไปกว่านั้นได้อย่างไร
บางคนบอกว่ามารดาของเขาใช้ใบหน้าหากิน ไม่เช่นนั้นคนน้ำหน้าอย่างนางคงไม่มีทางได้ลงเอยกับบิดาของเขา
กานอี้เซียน … ทำไมถึงคิดว่าพ่อข้าจะเป็นคน เอ๊ย ไม่ใช่… เทพที่ดีขนาดนั้นเล่า!
อยู่ ๆ ถูกเย่อวี๋หรานถามเรื่องทำนองนี้ ทำเอาเขาเขินอายอยู่บ้าง “เปล่า ข้ายังอายุน้อย เรื่องแบบนี้ไม่ต้องรีบร้อน”
“อายุน้อยอะไรกัน เจ้าสี่ลูกข้าก็เป็นพ่อคนแล้ว อี้เซียน เจ้าอายุไม่น้อยแล้วนะ หากเจอคนเหมาะสมที่จะลงหลักปักฐานด้วยก็รีบทำเถิด ขืนชักช้าเกินไปคนอื่นจะคว้าไปเสียก่อน ถึงเวลานั้นเจ้ามีแต่จะต้องเลือกคนที่เหลืออยู่เท่านั้น” เย่อวี๋หรานเป็นห่วง
ช่วยไม่ได้ ใครใช้ให้คนยุคนี้แต่งงานกันเร็วตั้งแต่ย่างวัยสิบเจ็ด ย่างสิบสี่ก็ต้องหมั้นหมายกันแล้ว อย่างสกุลจูก็ไม่ได้หนีไปจากนี้ ถือว่าไม่เร็วหรือช้าเกินไป
จากอายุของกานอี้เซียน ต่อให้เขายังไม่แต่งงานก็ควรหมั้นหมายแล้ว ไม่เช่นนั้นจะนับว่าเป็น
‘ผู้ชายขึ้นคาน’ ได้
“ไม่เอา พ่อแม่ของข้าก็แต่งงานกันช้า” ผ่านไปหลายร้อยปีกว่าทั้งคู่จะแต่งงานกัน หากถือว่าเขา ‘อายุไม่น้อย’ พ่อแม่ของเขาคงชราภาพเต็มที
“พวกเขาไม่ได้หมั้นหมายกันก่อนค่อยแต่งงานหรือ?”
“ใช่ แต่ตอนที่พวกเขาหมั้นหมายกันก็ยังอายุไม่