น้อยอยู่ดี”
เย่อวี๋หรานมองจับผิด “พวกเขาคงไม่ได้เลือก ‘คนขึ้นคาน’ ที่เหลือมาจากผู้อื่นใช่ไหม”
“เปล่าเลย พวกเขาช่างเลือกเสียด้วยซ้ำ พวกเขาเป็นฝ่ายเลือก ไม่ใช่ผู้ถูกเลือก จูต้าเหนียง ที่ที่เราอยู่ต่างจากที่นี่ พวกเราต่างแต่งงานกันช้า…”
เทียบกับมนุษย์แล้วก็นับว่าช้าเพียงพอ
“จริงหรือ ช้าขนาดไหนกันเล่า?” เย่อวี๋หรานโพล่งถามซักไซ้
หากคนเมืองหลวงสามารถแต่งงานช้าลงกว่านี้ได้ นางก็สามารถให้จูปาเม่ยรอไปอีกหน่อย อายุมากกว่านี้ค่อยแต่งงานก็ได้ไม่ใช่หรือ?
การแต่งงานย่อมต้องมีลูก เย่อวี๋หรานรู้ว่าร่างกายของเด็กสาวยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่ จะอุ้มท้องอีกชีวิตหนึ่งได้อย่างไร
อย่างน้อยรอจนกว่าจะอายุย่างยี่สิบ ให้ทั้งร่างกายและจิตใจเติบโตเต็มทีค่อยมีลูก ถึงเวลานั้นจะได้สามารถเลี้ยงดูลูกได้
“อืม…” กานอี้เซียนอึกอัก เขาจะอธิบายว่าช่วงเวลาในแดนสวรรค์ต่างจากโลกมนุษย์ได้อย่างไร
เห็นท่าทีของเขาแล้วนางก็ยิ้มบาง ๆ “เอาละ ข้าเข้าใจแล้ว เรื่องที่พ่อแม่เจ้าแต่งงานช้า แท้จริงคือหมายความว่าการแต่งงานช้าไม่ใช่เรื่องผิดแปลก แต่ช้าก็ได้พบผู้คนมากขึ้น บางทีอาจได้รอพบ ‘คนที่ใช่’ ก็เป็นได้ เพียงได้พบคนผู้นั้น เจ้าก็จะรู้สึกว่าชีวิตนี้คุ้มค่าแล้ว หากไม่พบก็เพียงต้องทนต่อไปเท่านั้นเอง”
กานอี้เซียนนึกไม่ถึงว่านางจะพูดเช่นนี้ ทำเอาเขาแปลกใจอยู่บ้าง
ทว่าหลังตรองดูแล้วก็รู้สึกว่าเป็นจริงดั่งนางว่า
กระทั่งตอนที่พ่อแม่ของเขาคบห