่ขอโทษเมียอีก”
“ท่านแม่…” จูเอ้อร์เงียบและยังคงไม่ได้สติ
เขาเดินมาโดยที่ไม่รู้ตัวว่ามารดาเรียกมาด้วยเหตุใดด้วยซ้ำ
“เจ้าทำผิดและต้องการแหกกฎของครอบครัวที่ข้ากำหนดไว้โดยการรับอนุ ไม่คิดว่าควรขอโทษหลิวซื่อบ้างหรือ” เย่อวี๋หรานบอกพลางจ้องตาเขา
จูเอ้อร์งุนงง “หา? แต่หลิวซื่อบอกว่าไม่ใช่ความผิดของข้าไม่ใช่หรือ เป็น…”
“หุบปาก! แค่ตบหน้ายังไม่พอ หากเจ้าไม่หลงเชื่อ แม่นางสกุลเปี้ยนจะกระทำการลับหลังสมดั่งใจได้อย่างไร สุดท้ายก็เป็นเจ้าที่หวั่นไหวและคิดทำเรื่องที่ไม่สมควร เจ้าถึงปล่อยให้นางได้มีโอกาสฉกฉวยผลประโยชน์” เย่อวี๋หรานเรียกชื่อจริงเขา “จูซุ่นเหวย ตอบข้ามาตามตรง เจ้าต้องการรับอนุจริงไหม”
“ท่านแม่ เหตุใดจึงถามเช่นนั้น” จูเอ้อร์ตกใจ “ข้าต้องการรับอนุตั้งแต่เมื่อไหร่ เรื่องแม่นางเปี้ยนเป็นเหตุสุดวิสัย… หากไม่ใช่เพราะนางบอกว่าตั้งท้องลูกของข้า และข้าก็ไม่อาจปล่อยเลือดเนื้อเชื้อไขของข้าไปได้ ข้าคงไม่ยอมตกปากรับคำ เป็นนางที่เสนอตัวเป็นอนุก่อน ข้าไม่ได้เป็นฝ่ายร้องขอกับนาง…”
หลิวซื่อตะลึงงัน เมื่อครู่นางเพิ่งพูดปกป้องจูเอ้อร์ แม่สามีถามเช่นนี้หรือจะพบเรื่องไม่ชอบมาพากล
“เช่นนั้นเจ้าหมายความว่าต่อไปหากมีใครตั้งท้องลูกของเจ้าจริง เจ้าจะรีบรับนางเป็นอนุอย่างนั้นหรือ?” เย่อวี๋หรานถาม
จูเอ้อร์ “…”
ถ้อยคำนี้เขาจะรับไว้ได้อย่างไร
“เจ้าเห็นว่ากฎของครอบครัวเป็นเรื่องล้อเล่นหรือ” นางพลันมีท่าทีเย็นชาก่