าก็ไม่สนใจ”
เย่อวี๋หรานรู้สึกหมั่นไส้เต็มที “แม่นางเปี้ยนอย่าเพิ่งรีบร้อนกล่าวอะไรเลย เดี๋ยวเจ้าจะเสียหน้าเสียเอง”
นางหันไปแนะจูเอ้อร์ว่าเปี้ยนชิวอิ่งไม่เป็นอนุก็ไม่ได้รับการคุ้มครองแต่อย่างใด มาเป็นอนุดีกว่ามาก ได้ชื่อและอยู่สบายกับสกุลจู ดีปานไหนกัน
จูเอ้อร์ไม่อาจทัดทานคำมารดาได้แม้แต่น้อย
เปี้ยนชิวอิ่งคิดในใจ ‘ให้ตายเถิด! นางตาบอดเลือกผู้ชายกระจอกเช่นนี้ได้อย่างไร!’
นางแทบอดใจฉีกทึ้งเขาไม่ได้
เขาไม่แม้แต่จะรู้ว่าจูต้าเหนียงพยายาม ‘บีบคั้น’ ไม่รู้กระทั่งจะทักท้วงคำใดกับมารดา
นางกัดฟัน ทว่าสิ่งใดที่ควรพูดนางก็ยังต้องกล่าวออกไป
นางจ้องเย่อวี๋หรานเขม็งขณะเอ่ยเสียงแข็ง “ท่านบีบบังคับข้า!”
เย่อวี๋หรานเลิกคิ้ว “บีบบังคับหรือ เจ้าคิดว่าตนเองสูงส่งมาจากไหน ข้าคร้านจะเสียเวลากับเจ้าแล้ว รีบเลือกมา ต้องการเป็นอนุหรือนางห้องข้าง ข้าจะได้จัดการตามที่เจ้าต้องการ”
สองมือผายออกราวกับเมื่อครู่นางไม่ใช่ผู้ที่กล่าวโน้มน้าวจูเอ้อร์
ถูกบีบคั้นเช่นนี้แล้วเปี้ยนชิวอิ่งจะมีทางเลือกใดอีก
นางพยายามหันไปพึ่งพาจูเอ้อร์ จึงบอกเขาทั้งน้ำตา “พี่จูเอ้อร์ ท่านต้องการให้ข้าเป็นนางห้องข้างจริงหรือ เช่นนั้นหลังเป็นนางห้องข้างแล้วท่านแวะเวียนมาหาบ่อย ๆ ได้หรือไม่ ข้ากลัว ข้าเป็นเพียงสตรีอ่อนแอ อยู่เพียงลำพังกับลูกข้างนอกเช่นนั้น ข้าเกรงว่า…”
หลี่ซื่อแทบหลุดขำออกมาก่อนเอ่ยปราม “อะแฮ่ม ข้าขอเตือนเจ้าไว้ก่อน เมื่อครู่