พี่รองเพิ่งให้เจ้าเป็นอนุ”
นางย่อมไม่อาจยอมรับได้ ยามนี้รู้สึกว่าเหมือนกำลังรับชม ‘เรื่องน่าขัน’
สมกับเป็นท่านแม่ นางรู้ว่าไม่ว่าเรื่องอะไรตกถึงมือท่านแม่ ปัญหาที่ยืดเยื้อก็ ‘คลี่คลาย’ ได้ทันที
เห็นไหม ตอนนี้พวกเขากลับกลายเป็นฝ่ายได้เปรียบแล้วไม่ใช่หรือ
เปี้ยนชิวอิ่งชะงัก น้ำตายังคงไหลไม่หยุดเคล้าเสียงเว้าวอน “พี่จูเอ้อร์…”
จูเอ้อร์คิดไม่ได้ในทีแรก เมื่อนางทำเช่นนี้จึงไม่รู้สึกสิ่งใดนอกจากอับอายขายหน้า
เขาจึงไม่แม้แต่จะสบตานาง “อิ่งเอ๋อร์ ท่านแม่เป็นคนตัดสินใจทุกอย่างในบ้านเรา หากเจ้าต้องการอยู่สบายในภายภาคหน้าก็จงฟังคำของนางเสีย เชื่อฟังท่านแม่ถือเป็นสิ่งที่เหมาะสมที่สุด…”
หลี่ซื่อคิด ‘ฮ่า ๆๆ … ยามนี้เปี้ยนชิวอิ่งคงพูดไม่ออกแล้วไม่ใช่หรือ เกรงว่านางคงอยากขย้ำหัวใจของพี่รองเต็มที’
เย่อวี๋หรานคิด ‘เหตุใด ‘เจ้ารอง’ ของนางถึงได้ใสซื่อนักนะ’
เช่นนั้นสิ่งที่ทำให้เปี้ยนชิวอิ่งชอบพอเขาก็คงเพราะเขา ‘ซื่อบื้อ’ และดูคนไม่ออกหรอกหรือ
“ได้ยินไหม แม่นางเปี้ยนลูกข้าบอกให้เจ้าเชื่อฟังข้า” น้ำเสียงเย่อวี๋หรานเปี่ยมแววเย้ยหยัน
เมื่อเปี้ยนชิวอิ่งเข้าตาจน นางก็ต้องการให้ผู้อื่นออกหน้าปกป้องตนเอง ทว่ากลับคิดไม่ถี่ถ้วน แผนการนี้จึงขึ้นอยู่กับคนที่นางหลอกใช้ทั้งหมด
ก่อนหน้านี้ได้ผลเพราะไม่มีใครในสกุลจูทำให้จูเอ้อร์ยำเกรงได้ ตอนนี้เย่อวี๋หรานหลับมาแล้ว จูเอ้อร์จึงไม่กล้า ‘โผล่หัว’ ให้ตกเป็นเป้าของนาง
ยิ่