งไปกว่านั้น เขายังรู้ตัวว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล ไม่ยอมฝังตนเองให้มารดาหมางเมินเขา แต่เปี้ยนชิวอิ่งยังพยายามโน้มน้าวเขา จะไม่ทำให้เขาตกที่นั่งลำบากได้อย่างไร
“เยี่ยม… เยี่ยมมาก…” เปี้ยนชิวอิ่งปั้นหน้าสลดพลางยื้อเวลาเพื่อคิดหาคำตอบโต้ “เยี่ยมเหลือเกิน สกุลจูของท่านทำกับข้าเช่นนี้สินะ พี่จูเอ้อร์ ท่านทำข้าผิดหวังนัก…”
นางนึกว่าเขาจะทักท้วงบ้าง ทว่าอีกฝ่ายกลับนิ่งเงียบพร้อมเบือนหน้าหนี
“พี่จูเอ้อร์!” นางขึ้นเสียง “มองข้าสิ เหตุใดท่านถึงไม่มองข้า ท่านใจอ่อนหรือ ข้ารักท่านเสียจนยอมอุ้มท้องลูกให้ท่าน ท่านกลับบีบคั้นให้ข้ากับลูกไปตาย ท่านยังมีหัวจิตหัวใจอยู่หรือไม่”
“เจ้าพูดผิดแล้ว ครอบครัวข้าบีบคั้นให้เจ้ากับลูกไปตายตั้งแต่เมื่อไหร่” เย่อวี๋หรานไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายกล่าวโน้มน้าวลูกชาย จึงตอกกลับทันควัน “อนุเป็นสิ่งที่เจ้าต้องการเป็น และยังมีนางข้างห้องอีก ทั้งหมดเป็นทางเลือกของเจ้า เรื่องนี้กลายเป็นความผิดของครอบครัวข้าได้อย่างไร ฟังไม่ขึ้นเลยแม้แต่น้อย!”
เดิมทีเป็นเย่อวี๋หรานที่ยืนอยู่ตรงข้ามเปี้ยนชิวอิ่งกับจูเอ้อร์ทว่ายามนี้อยู่ ๆ ก็กลายเป็นเปี้ยนชิวอิ่งที่ยืนอยู่ตรงข้ามเย่อวี๋หรานกับจูเอ้อร์
คนเราเมื่อรีบร้อนย่อมทำพลาดได้ง่าย โดยเฉพาะเมื่อเปี้ยนชิวอิ่งจนมุมเพียงนี้ นางจึงยิ่งทำพลาดง่ายดาย
นางชี้หน้าจูเอ้อร์และตวาดออกมา “แต่เขาเป็นคนทำให้ข้าตั้งท้อง! หากไม่ใช่เพราะเขา ‘ขืนใจ’ ข้า ข้าคงไม