ญญาขายตัว ยังต้องถูกทำร้ายอีกด้วย แล้วข้าจะเข้ามาเพื่ออะไรกัน”
ด้านหนึ่งคือ ‘กฎ’ ของเย่อวี๋หราน อีกด้านคือเปี้ยนชิวอิ่งที่ร่ำไห้ ทำเอาจูเอ้อร์ทำอะไรไม่ถูก
หากจะบอกว่าเขารักเปี้ยนชิวอิ่งมากคงพูดได้ไม่เต็มปาก ภาพของนางในใจเขาไม่ชัดเจน การให้เขาขัดคำสั่งมารดาเพื่อผู้หญิงคนนี้จึงเป็นไปไม่ได้
ทว่าเมื่อเขาคิดว่าเด็กคนนี้มีสายเลือดของตนเอง เขาก็ยิ่งไม่อาจยอมแพ้ได้ “ท่านแม่ เด็กคนนี้… ยอมรับเด็กคนนี้ไม่ได้จริงหรือ ไม่ว่าอย่างไรเขาก็เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของข้า…”
เดิมทีเขาต้องการให้เด็กคนนี้มาแทนที่อู๋เป่า ทว่าตอนนี้…
“ไม่มีทาง เหล่าเอ้อร์ ลูกที่เกิดจากขี้ข้า เจ้ายังต้องการให้เป็นลูกเจ้าอีกหรือ?” เย่อวี๋หรานหัวเราะราวกับได้ยินเรื่องขบขัน “คิดอะไรของเจ้า สายเลือดอีกครึ่งหนึ่งก็มาจากนางไม่ใช่หรือ” นางชี้เปี้ยนชิวอิ่งพลางเอ่ยต่อ “นางเป็นอะไรเล่า อนุไง ทั้งยังเป็นอนุที่หลบหนีมาด้วย รู้ไหมว่าชะตากรรมของอนุเช่นนี้เมื่อถูกสกุลของเจ้านายพบตัวเข้าจะเป็นอย่างไร”
ไม่ทันรอให้จูเอ้อร์ตอบ นางก็กล่าวสำทับเอง “ถูกทุบตีจนตายข้อหาไม่เชื่อฟังและบังอาจหลบหนี ไม่ถูกทุบตีจนตายก็ฆ่าทิ้งเพื่อเชือดไก่ให้ลิงดูกลางลานบ้านต่อหน้าข้ารับใช้คนอื่น ยังจะเก็บเอาไว้ทำไมอีก สู้ใช้เป็นเยี่ยงอย่างให้คนอื่นเห็นดีกว่า ทำให้รู้ว่าเจ้านายโหดร้ายกับพวกเขาได้มากเพียงไหน ต่อไปมีหรือพวกเขาจะกล้าหนีไปไหน”
“หากทุกคนทำเช่นนั้นแล้วภายภาคหน