้าสกุลใหญ่จะควบคุมคนได้อย่างไร”
“อาศัยเพียงคำพูดอย่างนั้นหรือ ไร้กฎเกณฑ์กีดกันแล้วสกุลใหญ่จะควบคุมคนได้อย่างไร ในเมื่อมีกฎก็ต้องทำตาม หากไม่ทำตาม ต่อให้สกุลยิ่งใหญ่เพียงไหน ไม่ช้าไม่นานก็ต้องล่มสลาย”
ประโยคนี้หลุดออกมาให้จูเอ้อร์สะดุ้งหวาดกลัว
“พวกเจ้าที่เหลือก็ฟังข้าเอาไว้ด้วย” เย่อวี๋หรานปั้นหน้านิ่ง “ข้ากำหนดกฎขึ้นมา ไม่ได้มีไว้เพื่อให้พวกเจ้าแหกกฎ ใครที่กล้าทำลาย ‘กฎ’ ของข้าเพื่อเปี้ยนชิวอิ่งผู้นี้ได้เดือดร้อนแน่”
สมาชิกสกุลจู “…”
แย่แล้ว! ท่านแม่โกรธแบบนี้น่ากลัวยิ่งนัก!
แน่นอน เรื่องใหญ่โตเช่นนี้นางจะไม่โกรธได้อย่างไร เห็นไหม? ลามมาถึงเราทั้งหมดนี่แล้ว
สกุลถัง “…”
ดูท่าว่า ‘ลิง’ ที่จูต้าเหนียงกล่าวถึงคงเป็นพวกเขา…
การประกาศศักดานี้ช่าง… น่ากลัวนัก!
ไม่มีใครกล้าเงยหน้าสบตาเย่อวี๋หราน
เปี้ยนชิวอิ่งงุนงงเต็มที เกิดอะไรขึ้นกัน? ก่อนหน้านี้นางเป็นฝ่ายมาตามคิดบัญชี แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นไก่ให้อีกฝ่าย ‘เชือดให้ลิงดู’ ไปได้อย่างไร!
“จู.. ต้าเหนียง…” นางลูบท้องตนเองพลางจ้องตาเย่อวี๋หรานเขม็ง “พูดอ้อมค้อมมาเสียนาน ที่แท้ท่านเพียงไม่ต้องการยอมรับลูกในท้องข้า ต้องการไล่ต้อนข้าให้จนมุมใช่หรือไม่?”
เย่อวี๋หรานเชิดหน้าเย่อหยิ่งแล้วบอกเสียงแข็ง “เป็นเพียงอนุหลบหนี คู่ควรมาพูดจากับข้าหรือ?”
“ท่าน!…” อีกฝ่ายโกรธเสียจนหายใจไม่ทัน ก่อนจะชี้หน้าถาม “ข้าช่วยเหลือครอบครัวท่านเรื่องต้นพริกเอาไว้ ข้าเ