๋อร์ก็เป็นหลานชายท่านเช่นกัน”
เย่อวี๋หรานส่งสายตาบอกให้หลี่ซื่อมาช่วยพยุงหลิวซื่อไปนั่งข้าง ๆ
ร้องไห้มานานเพียงนี้ หลิวซื่อเองก็ขายหน้าเล็กน้อย จึงตามหลี่ซื่อไปทั้งตาแดงก่ำ
เย่อวี๋หรานบอกกับจูเอ้อร์ “น่าเสียดายจริง ๆ ข้าเองก็มีหลานตั้งหลายคน ไม่มีเด็กคนนี้สักคนก็ไม่ได้ขาดแคลน”
จูเอ้อร์หน้าถอดสีเล็กน้อย “ท่านแม่ หมายความว่าอย่างไร ท่านไม่ยอมรับลูกในท้องอิ่งเอ๋อร์หรือ”
นางไม่มองหน้าเขาอีก กลับมองเปี้ยนชิวอิ่งแล้วเอ่ยว่า “แม่นางเปี้ยน เจ้ามาจากสกุลใหญ่ ทั้งยังเป็นอนุอีก คิดว่าเจ้าคงรู้ดีกว่าใครที่นี่ อนุไม่ใช่ภรรยา อนุได้มาจากการซื้อตัว หมายความว่าเจ้าเป็น ‘ขี้ข้า’ ที่สามารถถูกซื้อและขายได้ทุกเมื่อ ข้าพูดเช่นนี้ไม่ผิดใช่หรือไม่”
เปี้ยนชิวอิ่งหน้าเสีย “จู… จูต้าเหนียง ท่านหมายความว่าอย่างไร?”
“ไม่มีอะไร เพียงแค่อยากเตือนเจ้าว่า หากต้องการเป็นอนุของจูเอ้อร์ข้าก็ไม่คัดค้าน ขอเพียงเจ้าลงนามในสัญญาขายตัว เท่านี้ก็เข้ามาในครอบครัวได้ทุกเมื่อตามต้องการ” เย่อวี๋หรานสะบัดฝุ่นที่ไม่มีอยู่จริงออกจากแขนเสื้อ
“สัญญาขายตัวหรือ!” คำนี้แทงใจดำเปี้ยนชิวอิ่ง ทำเอานางแทบทรงตัวไม่อยู่
สัญญาขายตัวเป็นสิ่งที่ลงนามกันเล่น ๆ หรือไร
อย่าว่าแต่ต้องลงนามหรือไม่ หากต้องลงนามจริง ๆ สัญญาขายตัวฉบับเดิมของนางก็ยังอยู่ในมือของสกุลใหญ่นั้น แล้วนางจะลงนามทำสัญญากับสกุลจูได้อย่างไร
ข้ารับใช้ไม่อาจมีนายสองคนได้
หากนางกล