นข้า” เปี้ยนชิวอิ่งยิ้มเอาอกเอาใจพลางยกผ้าในมือขึ้น
หลังฝึกฝนการตัดเย็บมานาน ต่อให้นางไม่อาจเย็บชุดดี ๆ ได้ แต่ก็ยังได้สัมผัสเสื้อผ้าของหัวหน้าพรรคมาตลอด
จูปาเม่ยเห็นแวบแรกแล้วก็รู้ทันทีว่าผ้าในมืออีกฝ่ายเป็นผ้าฝ้ายชั้นดี ทั้งแน่นและนุ่ม ราคาแพงกว่าผ้าฝ้ายทั่วไปเป็นเท่าตัว
“แหม ไม่ยักรู้มาก่อน เจ้าเคยมีชีวิตสุขสบายนี่นะ” จูปาเม่ยเอ่ยถากถาง “ไม่รู้ว่านายท่านคนนั้นให้ ‘รางวัล’ อะไรมาบ้าง แม้แต่ผ้าแบบนี้ก็ยังยอมยกให้เจ้า”
เปี้ยนชิวอิ่งถามท้วงกลับ “เจ้าคิดว่าข้าไม่ควรนำของเก่ามาใช้หรือ? หากใช้ไม่ได้เจ้าจะนำเสื้อผ้าเก่า ๆ มาทำให้เป็นชุดเล็ก ๆ ให้ลิ่วเป่าก็ได้…”
นางไม่ทันได้พูดจบ จูปาเม่ยก็กลอกตาใส่ “นี่! คิดอะไรของเจ้า เป็นอนุแล้วยังจะให้ข้าช่วยเย็บชุดให้อีกหรือ หน้าไม่อายหรืออย่างไร?”
เปี้ยนชิวอิ่งหน้าเสีย ให้ตายเถิด เจ้าก็เป็นเพียงหญิงชนบทที่หน้าตาสะสวยหน่อยไม่ใช่หรือ เห็นว่าข้าไร้ทักษะงานฝีมือต่างกับเจ้าหรอกนะ หากไม่เช่นนั้นแล้ว…
ทว่าเมื่อนางละสายตาไปมองผ้าเช็ดหน้าที่จูปาเม่ยกำลังปักก็ต้องยอมรับว่างดงามมาก ในบรรดาคนที่นางเคยพบเห็นมาไม่มีใครฝีมือดีไปกว่าจูปาเม่ย
“ข้าจะรับผ้าผืนนี้ไว้ เพื่อไม่เป็นการเอาเปรียบเจ้า ข้าจะยกเสื้อผ้าเก่าให้เจ้าไปทำเป็นชุดเล็ก ๆ ให้ลูกเจ้าใส่เอง” จูปาเม่ยรู้ว่าตนเองไม่อาจออกหน้าหาเรื่องได้ ไม่เช่นนั้นคงเป็นการข่มขู่อีกฝ่าย นางจึงปักเข็มแล้วหยิบพุทราแห้งและเส