ะที่สุดจึงรีบไปรินน้ำให้ “ใช่แล้ว พี่สะใภ้สี่เพียงต้องการให้ท่านจิบน้ำสักหน่อย แล้วเราค่อยพูดค่อยจากัน…”
ไม่ว่าอย่างไรนางก็ยังยัดแก้วน้ำใส่มือหลิวซื่อและบอกให้ดื่ม
หลิวซื่อจ้องแก้วน้ำอยู่นาน ไม่รู้ว่าเจ้าตัวคิดสิ่งใดอยู่กันแน่
เปี้ยนชิวอิ่งดูสถานการณ์แล้วกังวลว่าจะไม่เป็นผลดีกับตนเองจึงบอกเสียงค่อย “ใช่แล้ว พี่สะใภ้รอง ดื่มน้ำสักหน่อย มาค่อยพูดค่อยจากันเถิด…”
เมื่อได้ยินเสียงนาง หลิวซื่อก็อารมณ์เสียขึ้นมาอีกครั้ง
หลี่ซื่อตกใจกลัวว่าหลิวซื่อจะโผไป ‘ทึ้ง’ เปี้ยนชิวอิ่งอีกครั้ง
นางเองก็เกลียดชังเปี้ยนชิวอิ่งจนอยากจะทุบตีอีกฝ่าย ทว่าตอนนี้จูเอ้อร์เข้าข้างเปี้ยนชิวอิ่ง หลิวซื่อยิ่ง ‘อาละวาด’ มีแต่จะทำให้จูเอ้อร์นึกต่อต้าน
เวลาเช่นนี้จำต้องใจเย็นลงก่อน ค่อยคิดหาทางว่าจะทำอย่างไรต่อไป
อย่าว่าแต่คิดหาทางแก้ไขเลย เพราะแม้แต่จะทำให้หลิวซื่อที่โวยวายสงบลงได้ นางยังไม่มีปัญญา
“พี่สะใภ้รอง อย่าไปสนใจนางเลย นางเคยแต่งงานและมีมลทิน ต่อให้ตั้งท้องลูกพี่รองแล้วจะอย่างไรเล่า อุ้มท้องทั้งที่ไม่ได้แต่งงาน เข้ามาในบ้านก็เป็นได้เพียงอนุ…” หลี่ซื่อบอกเสียงหนักแน่น “นางเทียบไม่ได้กับท่านเลย ไม่มีทางแย่งตำแหน่ง ‘พี่สะใภ้รองจู’ ไปจากท่านได้เด็ดขาด”
เปี้ยนชิวอิ่งใจเสียขึ้นมาทันที นางรีบโผเข้าหาจูเอ้อร์ “พี่จูเอ้อร์…”
ในสถานการณ์เช่นนี้นางไม่อาจออกตัวและโวยวายใส่สกุลจูได้ หากต้องการหาเรื่องใครก็ควรให้เขาทำ
หา