ถึงเวลาท่านแม่กลับมา นางก็ต้องถามเจ้าแน่ ตอนนี้เจ้าไม่พูดให้ชัดเจน แต่อยากอธิบายต่อหน้าท่านแม่ใช่หรือไม่?”
จูเอ้อร์สะดุ้ง “อย่านะ! ห้ามบอกท่านแม่”
“เรื่องนี้ไม่สำคัญที่ข้าบอกหรือไม่ ลูกชายเจ้าเกิดผิดเวลา ท่านแม่คำนวณดูก็รู้แล้ว ยังต้องถามอีกหรือ ยิ่งไปกว่านั้นวันนั้นยังเรียกหมอชาวบ้านและหมอตำแยมา สักวันเรื่องต้องหลุดจากปากพวกเขา แล้วจะไม่ถึงหูท่านแม่ได้อย่างไร…”
จูต้าเอ่ยต่อ ทว่าจูเอ้อร์ไม่ได้ยินแล้ว เพราะในหัวคิดแต่เพียงว่าหากสักวันพวกเขาหลุดปากไป…
หากหมอชาวบ้านปริปากบอกแล้วโอ้อวดกับผู้คนว่าได้แตะต้องภรรยาของเขา หมวกบนศีรษะที่เขียวอยู่แล้วจะยิ่งไม่ขึ้นสีชัดหรอกหรือ?
เพียงนึกถึง เขาก็ไม่มีหน้าไปที่ไหนแล้ว
จูต้าพร่ำบอกอยู่นานกว่าจะรู้ว่าน้องชายกำลังเดินหนีไป จึงโมโหและตามเตะอีกฝ่าย “ทำอะไรของเจ้า ข้าพูดอยู่ได้ฟังบ้างไหม?”
“ข้าฟังอยู่”
“ได้ยินแล้วก็ตอบมา เจ้าคิดจะทำอย่างไรต่อไป?”
จูเอ้อร์คิดในใจว่า เขาจะรู้ได้อย่างไร สวม ‘หมวกเขียว’ ไปแล้วยังจะถอดได้อีกหรือ?
“เจ้านี่นะ… ไม่ชนกำแพงไม่ยอมหันกลับ*[2] คิดว่าสองปีที่ผ่านมาท่านแม่อารมณ์เย็นขึ้นแล้วนางจะไม่โกรธหรือ? ท่านพ่อเองก็เกือบถูกไล่ออกจากบ้านเพราะเรื่องแม่ม่ายฉินมาแล้ว ลืมแล้วหรือ ถ้าเจ้าทำตามรอย คิดว่านางจะทำอย่างไรกับเจ้า?” จูต้าใจร้อนจึงหลุดปากบอกใบ้การคาดเดาเรื่องระหว่างจูเอ้อร์กับเปี้ยนชิวอิ่ง
จูเอ้อร์งุนงง “เรื่องนี้เกี่ยวข้องก