ั้งสองของท่านว่าง่ายและมีความสามารถ สตรีมากมายในจวนนี้ได้ยินเรื่องนี้ต่างก็พากันหมายตาพวกเขา”
“เจ้าอย่ารีบทำให้ข้าเบาใจ หมายตาอะไรกัน หมายตาไปมีแต่จะลำบาก ต้องกลับไปทำไร่ไถนา”
……
หมอชาวบ้านไม่ยืนยันสิ่งใด ถึงอย่างไรเขาก็ยังไม่ได้จับท้องของนาง นอกจากจับชีพจรแล้วก็ตรวจได้เพียงอาการที่ ‘เห็น’ ภายนอกเท่านั้น
หลี่ซื่อร้อนใจ “ทำไมพี่รองยังไม่กลับมาเสียที?”
จูเอ้อร์เองก็ลนลาน ทว่าใครจะคิดว่าหมอตำแยจะล้มลงกลางทางเช่นนี้
“โอ๊ย..”
หมอตำแยนั่งยอง ๆ อยู่นานก็ยังลุกขึ้นไม่ไหว “อย่าเพิ่งขยับ ข้าเจ็บ… ช้าลงหน่อย”
“โธ่ ท่านรีบหน่อย เมียข้าจะคลอดอยู่รอมร่อแล้ว…” จูเอ้อร์ชูมือขึ้น เขาวิตกจนจะเป็นบ้าแล้ว
“ข้ารู้ แต่มันเจ็บนี่ ถ้าข้ากระดูกหัก ต่อให้ไปถึงก็เปล่าประโยชน์และช่วยเจ้าไม่ได้… หรือเอาอย่างนี้ดีหรือไม่ เจ้าร้อนใจจนรอไม่ได้ก็เปลี่ยนเป็นหมอตำแยคนอื่น…” นางแนะบอกว่าในหมู่บ้านมีคนที่ทำคลอดได้อีกคน
“ท่านจะลุกหรือไม่?” เขาเองก็ลังเล ท้ายที่สุดไม่รู้ว่าระหว่างรอนางกับเรียกหาคนใหม่ อย่างไหนจะเร็วกว่ากัน
นางพยายามแต่ก็ยังลุกไม่ค่อยไหว “ไม่ได้จริง ๆ เจ็บมาก”
“งั้นให้ข้าแบกท่านขึ้นหลังได้หรือไม่?” แม้หมู่บ้านสกุลจูจะไม่ได้ใหญ่โต จูเอ้อร์ก็ยังรู้สึกว่าหากพิรี้พิไรอยู่แบบนี้เกรงว่าคงต้องเสียเวลาไปมาก
เขากัดฟันและยังเห็นว่าตนน่าจะพาหมอตำแยไปให้ถึงที่บ้านก่อน
พี่สะใภ้ใหญ่กับน้องสะใภ้สี่ที่บ้านเคยคลอดลูกมาก่