งนั้นหรือ
หลี่ซื่อเห็นว่าพี่สะใภ้ใหญ่ไม่เล่นตามน้ำไปด้วยก็ไม่มีหนทางอื่น ทำได้เพียงจำใจบอก “สามีภรรยามีเรื่องระหว่างกันอยู่ แม่นางเปี้ยน ท่านไม่ต้องสนใจ ฮ่า ๆ… ทุกคู่ย่อมใช้ชีวิตคู่แตกต่างกันไป ใช่ว่าคนนอกจะสามารถเห็นและเข้าใจได้ คนถึงกล่าวกันว่าคู่รักขัดแย้งกันหัวเตียง กลมเกลียวกันปลายเตียง แม่นางเปี้ยน เรื่องพริกเราสกุลจูต้องขอบคุณท่านจริง ๆ หากไม่ได้ท่านคงอับจนหนทาง”
เปี้ยนชิวอิ่งแย้มยิ้มเอียงอาย “ข้ายินดีที่ได้ช่วย ข้ามาพึ่งพาอาศัยสกุลจู ละอายใจมากที่ทำให้พวกท่านเดือดร้อน”
หลิวซื่อปั้นหน้าบึ้งตึง เหอะ! หากละอายใจแล้วเหตุใดไม่รีบไสหัวออกไปเล่า!
“แหม เพียงเพิ่มตะเกียบมาคู่หนึ่งเท่านั้นเอง เราซาบซึ้งมากที่ท่านช่วยเหลือเรามากขนาดนี้” หลี่ซื่อยิ้มพลางเอ่ยยกยอเปี้ยนชิวอิ่ง บอกว่าไม่เพียงแต่สะสวยและน้ำใจงาม แต่ยังมีความรู้ มิน่าเล่าถึงได้ถูกตาต้องใจคุณชายใหญ่จนเว้าวอนให้นางกลับไปอยู่กับพวกเขา
ครึ่งแรกเปี้ยนชิวอิ่งยังรับฟังอย่างมีความสุข ทว่าครึ่งหลังกลับทำให้ชะงักไป สุดท้ายไม่อาจทราบได้ว่าเชยชมหรือเสียดสีนางกันแน่
หากกล่าวชม เหตุใดต้องเอ่ยถึงชายคนนั้นด้วย?
หากกล่าวชม เหตุใดต้องเอ่ยถึงคุณชายใหญ่ด้วย?
ทว่าหลี่ซื่อยังเอ่ยสำทับราวกับแสร้งไม่รู้เรื่องราว “ท่านกลายเป็นผู้มีพระคุณแบบนี้ เราต้องตอบแทนท่านให้ดี เย็นนี้ท่านอยากกินสิ่งใด ข้าจะทำให้สุดฝีมือ ไม่ว่าจะเนื้อ ปลา หรืออะไรก็ตาม ถึงอย่า