ียงของน้องสาม ไม่ทันไรก็มีเสียงกรนดังขึ้น หลิ่วซื่อที่อยู่ห้องข้าง ๆ กันไม่ได้หลับเลยทั้งคืน
ทำอย่างไรได้ จูต้าไม่ได้กลับมาอีกเลยนี่นา
เช้าวันต่อมา สายตาที่หลิ่วซื่อมองไปทางจูต้าแฝงไว้ด้วยคมดาบ
จูต้ามองข้ามไปทั้งอย่างนั้น ล้างหน้าเสร็จ พูดอะไรเล็กน้อยก็ออกไปทำงานกับจูเอ้อร์
ออกไปข้างนอกกลับมา รับประทานมื้อเช้าเสร็จแล้วก็กลับไปทำงานต่อ
เย่อวี๋หรานไปดูความคืบหน้าของพวกลูกชายที่ทุ่งนา
กลายเป็นว่าคนทั้งครอบครัวล้วนกำลังทำงานกันอยู่ มีหลิ่วซื่อคนเดียวที่ทำสงครามเย็น เก็บกดความโกรธเอาไว้ไม่มีที่ให้ระบายออกมา
เย่อวี๋หรานเห็นท่าทางเก็บกดของอีกฝ่ายแล้วก็อดจะเห็นใจไม่ได้ แต่นางรู้ว่าถ้าไม่กดดันหลิ่วซื่อตั้งแต่ตอนนี้ นางก็คงเป็นแบบนี้ไปทั้งชีวิต
ต้าเป่าเป็นเด็กฉลาด ทั้งยังโตกว่าเด็กคนอื่น แม้ตอนแรกจะยังไม่สัมผัสถึงความผิดปกติ แต่เมื่อเวลาผ่านไปก็พอจะสัมผัสได้แล้วว่ามีบางอย่างแปลก ๆ
แต่เขายังไม่ทันได้ไปสอบถามให้รู้เรื่องรู้ราว ยามบ่ายวันหนึ่ง เขาเพิ่งออกมาจากห้องสุขาก็ถูกคนเป็นแม่กอดเอาไว้ “ฮือ ๆๆๆ…ต้าเป่า พวกเขาทุกคนล้วนรังแกแม่ แม่เหลือแค่เจ้าคนเดียว!”
“ท่านแม่ เป็นอะไรไปขอรับ?” โตมาจนป่านนี้ ต้าเป่าเพิ่งจะเคยเห็นมารดาของตนร้องไห้เป็นครั้งแรกจึงตกอกตกใจ รีบร้อนถามว่า “ท่านแม่ ไม่เป็นไร ๆ ลูกอยู่ตรงนี้”
“ฮือ ๆๆ…พวกเขารังแกแม่ พวกเขาไม่สนใจแม่ ไม่เห็นแม่เป็นคน…” หลิ่วซื่อร้องห่มร้องไห้
ทำอย่าง