กระมัง”
จูซานส่ายหน้าก่อนอธิบายว่า “ไม่เหมือนกันสักหน่อย พวกเขาอยู่กันกระจัดกระจาย คนมีงานทำที่บ้านก็เพียงให้นายหน้าเป็นตัวกลางแนะนำให้ แต่กิจการรถลากของเราจะทำอย่างมืออาชีพ เรียกว่า ‘บริการขนส่ง’ หรืออาจเรียกได้ว่าเป็น ‘ศาลาพักม้าประจำเมือง’ ก็ได้ เราจะให้บริการที่เป็นมาตรฐาน…”
จูซานกล่าวตามคำชี้แนะของมารดา ผนวกกับความคิดเห็นของเขาเอง
กิจการอู่รถไม่เพียงทำได้แค่โดยสารเท่านั้น เพราะคงทำเงินได้ไม่มากนัก พวกเขาจึงจำเป็นต้องต่อยอดกิจการ
พวกเขาสามารถรวมงานของสำนักคุ้มภัยกับคนแบกหามเข้าด้วยกันได้ ปรับเปลี่ยนเล็กน้อยเพื่อสร้างจุดแตกต่างเหนือคู่แข่ง
สำนักคุ้มภัยมักทำงานใน ‘ระยะไกล’ ดังนั้นกิจการรถลากจะให้บริการในระยะใกล้และอยู่ในเมืองผู่โซ่ว ส่วนคนแบกหามรับงานเป็นครั้งคราว ทำให้ลูกค้าเป็นกังวลว่าข้าวของจะสูญหายหรือเสียหายได้ พวกเขาจึงจะให้บริการในนามกิจการรถลาก และมอบหมายงานให้คนอีกทอดหนึ่ง
สิ่งสำคัญคือพวกเขารับขนส่งทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นคน สิ่งของ หรือแม้แต่ข้อความ เจ้าหน้าที่สวมชุดเครื่องแบบ ให้บริการที่เป็นมาตรฐานซึ่งทำให้น่าไว้วางใจมากขึ้น
เรื่อง ‘การแย่งงาน’ คนที่เป็นคนแบกหามนั้นไม่ต้องกังวล ถึงยามนั้นพวกเขาค่อยขยายกำลังคนและ ‘จ้าง’ คนเหล่านั้นก็ได้ไม่ใช่หรือ
รายได้ที่มั่นคงหมายถึงงานที่มั่งคง งานที่มั่นคงหมายถึงการสามารถ ‘หาเลี้ยงครอบครัว’ ได้ คนพวกนั้นจะยังไม่ยินดีอยู่อีกหรือ
“พี่อู