าที่เรือน เขาก็บอกลูกชายว่า “เจ้าไม่ต้องคิดถึงชุดสิบสองราศีนั้นแล้ว ตั้งใจร่ำเรียน สอบให้ได้ตำแหน่งดี ๆ…”
อวี๋จิ้งฉีอยากร้องไห้ “ท่านพ่อ ท่านช่วยทวงคืนมาให้ข้าไม่ได้หรือขอรับ? ข้าชอบชุดสิบสองราศีมากจริง ๆ มันมีแค่ชุดเดียวด้วย ถ้าท่านไปทวง เจ้าคนแซ่เจียงนั่นยังจะกล้าไม่เอาคืนมาให้ท่านอีกงั้นหรือ?”
“เจ้าคิดว่าเจียงจิ่งถงเอาชุดสิบสองราศีนั่นไปให้ใคร?” บิดาของเขาถามด้วยสีหน้ารังเกียจ
“ใคร?”
“ท่านข้าหลวงฉิน”
อวี๋จิ้งฉี “…”
มารดามันเถอะ เจ้าหมอนั่นต้มข้า!
“ถ้าเจ้าอยากได้คืนก็ได้ พ่อจะไปทวงคืนให้เจ้า แต่หน้าที่การงานของพ่อเจ้าคงมาถึงปลายทางแล้ว” บิดาถาม “เจ้ายังอยากได้หรือไม่?”
“ถ้าแบบนั้นก็ช่างเถอะ…” อวี๋จิ้งฉีถอนหายใจ “หน้าที่การงานของท่านสำคัญกว่า”
อวี๋จิ้งฉีผู้น่าสงสาร แม้แต่อาจารย์จินยังรู้ว่าชุดสิบสองราศีอยู่ที่เขา อาจารย์คนอื่นที่ต้องการเชยชมก็มาถามหากับเขาเช่นกัน
อวี๋จิ้งฉีย่อมไม่อาจเอามาให้พวกเขาดูได้อยู่แล้ว แต่กลับไม่อาจบอกว่าสิ่งของถูกเจียงจิ่งถงเอาไปกำนัลให้คนอื่น
“ขอโทษขอรับ อาจารย์ วันนี้ข้าไม่ได้เอามาด้วย”
“เช่นนั้นพรุ่งนี้เจ้าอย่าลืมเอามาล่ะ เข้าใจไหม?”
“ขอรับ”
……
เพื่อหลบเลี่ยงปัญหา อวี๋จิ้งฉีไม่รู้สึกว่าจูชีน่ารำคาญอีกต่อไป ครั้นมีโอกาสเป็นต้องมาหาเยี่ยนเหออันทันที
เยี่ยนเหออันเห็นว่าเขามาแล้วก็ไม่พูดไม่จา ท่าทางเซื่องซึมไม่ร่าเริงเหมือนในอดีตก็ประหลาดใจ “เจ้าเป็นอะไรไป